posttoday
อัยการเมากร่างจะจบอย่างไร

อัยการเมากร่างจะจบอย่างไร

12 กรกฎาคม 2560

ทนายคลายทุกข์ & เดชา กิตติวิทยานันท์ช่วงนี้มีข่าวทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพฤติกรรมของอัยการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่เมาสุราอาละวาดและบังคับให้ตำรวจชั้นประทวนที่ สภ.แสนสุข ต.บางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายตรวจอยู่ ให้พาไปร้านลาบป้าแดง 5 ซึ่งเป็นร้านขายลาบชื่อดังของ จ.ชลบุรี แต่สายตรวจคนดังกล่าวไม่ยอมพาไปเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่อยู่ ทำให้อัยการท่านนั้นโกรธ และโทรหาผู้บังคับการ จ.ชลบุรี

ทนายคลายทุกข์ & เดชา กิตติวิทยานันท์

ช่วงนี้มีข่าวทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพฤติกรรมของอัยการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่เมาสุราอาละวาดและบังคับให้ตำรวจชั้นประทวนที่ สภ.แสนสุข ต.บางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายตรวจอยู่ ให้พาไปร้านลาบป้าแดง 5 ซึ่งเป็นร้านขายลาบชื่อดังของ จ.ชลบุรี แต่สายตรวจคนดังกล่าวไม่ยอมพาไปเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่อยู่ ทำให้อัยการท่านนั้นโกรธ และโทรหาผู้บังคับการ จ.ชลบุรี

หลังจากนั้นก็แจ้งให้ผู้กำกับหัวหน้าสถานีทราบ และผู้กำกับก็ได้สั่งให้ตำรวจสายตรวจคนดังกล่าวไปขอโทษอัยการท่านนั้น โดยมีนายทหารเรือไปนำตัวมาแล้วไปพบอัยการ หลังจากนั้นอัยการก็ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มขู่คุกคามตำรวจสายตรวจคนดังกล่าว และอ้างตัวว่าเป็นอัยการ

ถามว่าทำไมไม่ให้เกียรติอัยการ และมีการข่มขู่ว่าจะขัง จนสายตรวจคนดังกล่าวต้องยอมขอโทษ เหตุการณ์ดังกล่าวสายตรวจคนดังกล่าวได้มีการบันทึกเสียงไว้ และส่งไปยังโซเชียลมีเดียเพื่อประจานความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของอัยการคนดังกล่าว

จนเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมจนถึงวันนี้ จากการขุดคุ้ยของโซเชียลมีเดียพบว่าอัยการคน ดังกล่าวเคยเมาสุราและข่มขู่ตำรวจมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบึงกุ่ม และเคยถูกลงโทษทางวินัยมาแล้ว และครั้งนี้มาก่อนเหตุซ้ำอีกโดยพฤติกรรมกร่างเหมือนเดิม

สำนักงานอัยการสูงสุดหลังจากทราบเรื่องจากโซเชียลมีเดีย ก็ดำเนินการทันทีและแถลงข่าวว่าเสียงดังกล่าว เป็นเสียงของอัยการจริง พร้อมที่จะดำเนินคดีทางวินัยโดยพลัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของอัยการสูงสุดถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องชมเชย

แตกต่างจากตำรวจซึ่งยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่รวดเร็วเหมือนสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งที่ตำรวจ ในสังกัดถูกย่ำยีศักดิ์ศรีถึงขนาดนี้ และยังอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และสายตรวจคนดังกล่าวไม่ติดใจเอาความหรือแจ้งความ

ทั้งที่ เรื่องดังกล่าวนั้นเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มีการข่มขืนใจให้กระทำการจนจำยอมต้องกระทำการ อันเป็นความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และมีการกักตัวไว้ รั้งตัวไว้ ควบคุมตัวมาพบอัยการคนดังกล่าว การกระทำดังกล่าวมีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยว กักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 มีพยานหลักฐานตามสมควรแล้วว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น และรู้ตัวผู้เสียหายแล้ว รวมทั้งรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว

แต่กลับไม่มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เช่น ผู้กำกับหัวหน้าสถานี อัยการคนดังกล่าว ทหารเรือ แต่อย่างใด

ทนายคลายทุกข์เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับ คสช. บุคคลเสมอกันทางกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ซึ่งบัญญัติว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายมีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลจะกระทำมิได้

และมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ แต่ทำไมทหารเรือไปคุมตัวตำรวจให้มาขอโทษ อัยการได้ อันเป็นการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งและเป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่

แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญใช้ได้ไม่จริง บุคคลไม่ได้เสมอกันในการถูกบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด เพราะถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือเป็นอัยการชั้นผู้ใหญ่ หรือเป็นนายทหาร การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่เท่าเทียมกันใช่ไหมครับ

ทนายคลายทุกข์ขอฝากไปยัง ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ช่วยทำให้รัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ์ด้วยครับ ประชาชนรอดูอยู่ว่าสิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ท่านปฏิบัติเหมือนกันไหมครับ อย่าให้ประชาชนคิดกันเองหรือแก้ปัญหากันเอาเองโดยใช้ศาลเตี้ยในกรณีทะเลาะกับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนะครับ

การที่จะเป็นอัยการไม่ใช่เรื่องง่าย อัยการมีการสอบเข้าเป็นผู้ช่วยอัยการโดยผู้ที่จะผ่านการสอบได้ต้องมีความรู้กฎหมายเป็นอย่างดีและต้องจบ เนติบัณฑิต มีเงินเดือนใกล้เคียงกับผู้พิพากษา น่าจะมีมาตรฐานจริยธรรมใกล้เคียงกันนะครับ

เท่าที่ทนายคลายทุกข์ทราบ ถ้าเป็นผู้พิพากษาเมากร่างแบบนี้ น่าจะถูกไล่ออกไปนานแล้วนะครับ เพราะมีมลทินมัวหมองก็ถูกไล่ออกแล้วครับ อัยการเป็นทนายของแผ่นดินมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยการออกคำสั่งฟ้องและไม่ฟ้องคดีอาญา หากมีพฤติการณ์ข่มขู่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมว่ามันล้ำเส้นจริยธรรมแล้วนะครับ ไม่ควรที่จะให้อยู่เป็นทนายของแผ่นดินต่อไป

นอกจากนี้ในวงการกฎหมายเมื่อนักกฎหมายสอบผู้ช่วยอัยการได้ ก็จะเรียกว่าท่าน ผมว่าน่าจะเลิกเรียกคำว่าท่านได้แล้วนะครับ เพราะข้าราชการอัยการคือข้ารับใช้ของประชาชน ถ้าจะต้องเรียกว่าท่านก็แสดงว่าการเข้าพบอัยการ ประชาชนก็คงจะต้องยกมือไหว้อัยการแสดงถึงระบบศักดินาในสังคมไทยยังคงมีอยู่ ทนายคลายทุกข์คิดว่าเรียกแค่อัยการก็น่าจะพอแล้วนะครับ

เพราะท่านคือผู้รับใช้ประชาชน ถอดหัวโขนออกบ้างก็ดีนะครับ จะได้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง กล่าวโดยสรุป สำนักงานอัยการสูงสุดโดยภาพรวมพนักงานอัยการส่วนใหญ่เป็นคนดีทั้งนั้น มิฉะนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ครับ มีเพียงส่วนน้อยที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมตามที่เป็นข่าว หวังว่าสำนักงานอัยการสูงสุดน่าจะจัดการขั้นเด็ดขาดและโดยพลันตามที่แถลงข่าวนะครับ รอดูอยู่ครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี