
ช้างศึกลั่นกลองรบ วัคคมโสมแดงเปิดคิงส์คัพ
ชมณัฐทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย มีคิวประเดิมสนามลุ้นป้องกันแชมป์ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 45 ปะทะคู่แข่งที่เหนือกว่าอย่าง เกาหลีเหนือ เย็นวันนี้ (14 ก.ค.)
ชมณัฐ
ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย มีคิวประเดิมสนามลุ้นป้องกันแชมป์ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 45 ปะทะคู่แข่งที่เหนือกว่าอย่าง เกาหลีเหนือ เย็นวันนี้ (14 ก.ค.)
ไทย-เกาหลีเหนือ
สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.
มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ทราบถึงความสำคัญของโทรฟี แห่งองค์ราชาใบนี้เป็นอย่างดี จึงต้องการนำชัยชนะมาสร้างความสุขให้กับคนไทย และยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า "ช้างศึก" ในฐานะแชมป์ 14 สมัย สามารถต่อกรกับคู่แข่งระดับที่เหนือกว่าได้
"คิงส์คัพครั้งนี้มีทีมจากหลายทวีป คู่แข่งทั้ง 3 ชาติ มีปรัญชาและพื้นฐานฟุตบอลที่ต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ต้องการชนะ นี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สนุกเพราะแต่ละทีมค่อนข้างสูสีกัน เรารู้ความสำคัญของรายการนี้เป็นอย่างดี เราจะร่วมกันทำให้การแข่งขันเป็นที่น่าประทับใจและอยู่ในความทรงจำของทุกคน รวมถึงเป็นอีกครั้งที่ทีมไทยจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถสู้กับทีมระดับที่เหนือกว่าได้" ราเยวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวเซอร์เบีย ยอมรับว่า ไม่ใช่งานง่ายเพราะคู่แข่งด่านแรกอย่าง เกาหลีเหนือ (อันดับโลก 113) เป็นทีมที่แข็งแกร่ง โดย "โสมแดง" เคยคว้าแชมป์ใบนี้ได้ 3 สมัย
"เราได้ศึกษาฟอร์มการเล่นของ คู่แข่งมาแล้ว ทำให้ได้รู้ว่าพวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม และมีโค้ชที่เก่งมาก เห็นได้จากการพัฒนาการที่ดีขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ จึงไม่ใช่งานง่ายที่จะผ่านได้ แต่เราก็จะทำให้เกมออกมาดีที่สุด เราจะพยายามเอาชนะให้ได้" เทรนเนอร์ชาวเซิร์บ เผย
นอกจากนี้ ราเยวัช ยังต้องประสบปัญหาเรื่องการจัดทัพเป็นนัดที่ 3 เพราะไม่สามารถใช้งานผู้เล่นระดับท็อปของประเทศได้หลายราย อีกทั้งนักเตะที่เรียกมาเข้าแคมป์ก็มีอาการเจ็บต้องถอนตัวไปก่อนหน้านี้ถึง 3 คน นำโดย "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนที่ล่าสุดจะตัดชื่อ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ผู้รักษาประตู เป็นรายสุดท้ายให้เหลือโควตา 23 คน
ดังนั้น เกมรุกจึงต้องฝากความหวังไว้ที่ "เจ้ากอล์ฟ" อดิศักดิ์ ไกรษร สิโรจน์ ฉัตรทอง และธีรเทพ วิโนทัย ขณะที่แดนกลางมี สรรวัชญ์ เดชมิตร ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และธนบูรณ์ เกษารัตน์ คอยขับเคลื่อน ส่วนหลังบ้าน ธีราทร บุญมาทัน จะบัญชาเกมร่วมกับ อดิศร พรหมรักษ์ พรรษา เหมวิบูลย์ และเฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว โดยมี "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา
"เรารู้ว่าทุกทีมมีปัญหาในการเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด แต่ทุกคนที่ถูกเรียกเข้ามา ย่อมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติ ผู้เล่นทุกคนที่ส่งลงสนามไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรองจะสร้างความสุขให้กับประเทศไทย" เฮดโค้ชวัย 63 ปี ทิ้งท้าย
ด้าน ยอร์น แอนเดอร์สัน เฮดโค้ชเกาหลีเหนือ เผยว่า ได้ตามดูฟอร์มการเล่นของทัพช้างศึกเช่นกัน และแม้ว่าทีมของตัวเองจะไม่ได้ใช้งานผู้เล่นที่ดีที่สุด แต่ก็ได้เตรียมทีมมาอย่างดีเพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับรายการใหญ่อย่างศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบคัดเลือก
"เราได้ศึกษาทีมไทยมาพอสมควร พวกเขาเล่นได้ดีโดยเฉพาะเกมที่เสมอยูเออี 1-1 และยังมีโค้ชที่เก่ง มีประสบการณ์ทั้งในยุโรปและแอฟริกา ซึ่งเป็นงานยากสำหรับเรา แต่เราก็จะทำให้เกมออกมาดีที่สุด" โค้ชชาวนอร์เวย์ กล่าว
เกาหลีเหนือชุดนี้ ถูกยกให้เป็นทีมที่มีความพร้อมมากที่สุดในการแข่งขัน เพราะแม้ว่าจะไม่มีตัวหลักจากทีมชุดใหญ่ที่ค้าแข้งนอกประเทศ แต่ยังมีขุนพลจากทีมชุดเตรียมสู้ศึก ชิงแชมป์เอเชียเป็นแกนนำ นำโดย คิมจูซอง กองหน้าดาวรุ่งวัย 23 ปี รีคุมโชล กองกลางตัวเก๋า และรีเมียงกุ๊ก ผู้รักษาประตูจากทีมชุดใหญ่
ความน่าจะเป็น : ทีมชาติไทยแม้จะเป็นรองเล็กน้อย แต่ความได้เปรียบจากการเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์และแท็กติกอันรัดกุมของราเยวัช น่าจะเอาตัวรอดได้







