
แนวคิดการธนาคารที่ยั่งยืน
กฤษดา หิรัญสิ & ผู้วิเคราะห์อาวุโส & ฝ่ายนโยบายการกำกับสถาบันการเงิน & ธนาคารแห่งประเทศไทยคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันโลกของเรามีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมทวีความรุนแรงมากขึ้น อาทิ ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ภาวะมลพิษทางน้ำและอากาศสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบ และยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือพัฒนาให้ดีขึ้น ทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้น
กฤษดา หิรัญสิ & ผู้วิเคราะห์อาวุโส & ฝ่ายนโยบายการกำกับสถาบันการเงิน & ธนาคารแห่งประเทศไทย
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันโลกของเรามีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมทวีความรุนแรงมากขึ้น อาทิ ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ภาวะมลพิษทางน้ำและอากาศสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบ และยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือพัฒนาให้ดีขึ้น ทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง ทั่วโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับการบรรเทาและแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ รวมถึงมีแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีในปัจจุบันอย่างเหมาะสมและรู้คุณค่าโดยไม่ก้าวล่วงการบริโภคทรัพยากรของคนรุ่นต่อไปในอนาคต รวมถึงการดูแลสังคมให้ดีขึ้น
ในมุมของผู้เขียนมองว่าการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ควรตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประเทศก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการบางแห่งมีการดำเนินการโดยมีเป้าหมายในการจัดการขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ Supply Chain มีการดำเนินการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและผลักดันเรื่องดังกล่าว คือ "สถาบันการเงิน" เนื่องจากสถาบันการเงินมีฐานะเป็นตัวกลางทางการเงินที่เป็นกลไกสำคัญของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดการเติบโต
ดังนั้น การนำหลักการเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนมาผนวกกับการธนาคาร จึงได้กรอบสมการที่น่าสนใจ คือ "การพัฒนาที่ยั่งยืน" + "การธนาคาร" = "การธนาคารที่ยั่งยืน" หรือ "Sustainable Banking" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสถาบันการเงินในการดำเนินธุรกิจที่จะมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ดีขึ้นได้ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่สถาบันการเงินจะสามารถส่งผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังภาคธุรกิจอีกด้วย
"การธนาคารที่ยั่งยืน" อาจเป็นคำที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูในประเทศไทยมากนัก แต่ในต่างประเทศจัดได้ว่าเป็นคำที่คุ้นเคยและถูกกล่าวถึงมานานพอสมควร อาจมีคำถามว่าการธนาคารที่ยั่งยืนมีการดำเนินการอย่างไรและมีประโยชน์เช่นไร ผู้เขียนขอแชร์ประสบการณ์จากการศึกษาแนวทางของสากลโดยขอสรุปเป็นกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการธนาคารที่ยั่งยืน คือ การนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) เข้ามาผนวกในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ทั้งในลักษณะการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านการดำเนินงานภายในของสถาบันการเงินเอง เช่น การบริหารจัดการภายในองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลพนักงาน
นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังสามารถทำหน้าที่ในการส่งผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังภาคธุรกิจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สถาบันการเงินจะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ เช่น การที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยมีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และมีธรรมาภิบาลที่ดีในการจัดการกับปัญหาต่างๆ
ในส่วนของประโยชน์ของการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น ผู้เขียนเห็นว่านอกเหนือจากที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้ที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านต่างๆ ให้แก่สถาบันการเงินได้ เช่น การลดความเสี่ยงจากความเสียหายของการปล่อยสินเชื่อให้แก่โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
กรณีที่โครงการดังกล่าวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากผู้ได้รับผลกระทบจนทำให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงักหรือถูกยกเลิก ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ (การให้สินเชื่อ) ของสถาบันการเงินด้วย หรือแม้กระทั่งมีประโยชน์ต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วย ส่งผลต่อความสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังสนใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย
เมื่อมองกลับมายังภาคการธนาคารของไทยในการดำเนินการเรื่องการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น จะเห็นว่าสถาบันการเงินของไทยได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้กันบ้างแล้ว ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีแนวทางในการดำเนินการในเรื่องนี้ที่แตกต่างกัน เช่น สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีการดำเนินการในมุมของการดำเนินงานภายในองค์กรเอง อาทิ การลดการใช้พลังงาน การลดการใช้กระดาษ การดูแลพนักงาน อีกทั้งมีการส่งผ่านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "CSR" เช่น การให้ความรู้ทางการเงิน ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งได้มีการปล่อยสินเชื่อสีเขียว (Green Lending) แก่ภาคธุรกิจที่มีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น สินเชื่อพลังงานสะอาด ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ถือเป็นการริเริ่มที่ดีที่จะสามารถพัฒนาในก้าวต่อๆ ไปในเรื่องนี้
ท้ายนี้ผู้เขียนเชื่อว่าการธนาคารที่ยั่งยืนจะเป็นฟันเฟืองสำคัญตัวหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถมีการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันบนถนนแห่งความยั่งยืนสายนี้
โปรดติดตามเรื่องราวของการธนาคารที่ยั่งยืน ซึ่งผู้เขียนจะรวบรวมแนวคิด หรือแนวทางในการดำเนินการที่จะก้าวไปข้างหน้าในฉบับต่อๆ ไปครับ n







