
แนะเอสเอ็มอีเจาะกลุ่มยูเออี
ผู้เชี่ยวชาญ เผย 3 เทรนด์ธุรกิจมาแรงในยูเออี สุขภาพ ก่อสร้าง อาหาร แนะเอสเอ็มอีทำการบ้านก่อนบุกตลาด
ผู้เชี่ยวชาญ เผย 3 เทรนด์ธุรกิจมาแรงในยูเออี สุขภาพ ก่อสร้าง อาหาร แนะเอสเอ็มอีทำการบ้านก่อนบุกตลาด
นายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ รองประธานสภาธุรกิจไทยในดูไบและรัฐ ตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในงานเสวนา "เจาะตลาด ยูเออี โอกาสเปิดเพิ่มยอดขาย" จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ว่า เทรนด์ธุรกิจมาแรงในสหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่เป็นโอกาสของ เอสเอ็มอีไทย ได้แก่ ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และธุรกิจด้านอาหาร
สำหรับปัจจุบัน ยูเออี มีจำนวนประชากรประมาณ 10 ล้านคน เป็นประชากรต่างชาติกว่า 9 ล้านคน มีความต้องการด้านสุขภาพ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องสูง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวน ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการจับจ่าย ซึ่งในช่วง 2-3 ปีจากนี้ ยูเออีมีโครงการพัฒนาเมือง เช่น เมืองเดล่า (DERA) เน้นสร้างความเจริญ ดึงดูดผู้อยู่อาศัย ส่งผลต่อการขยายห้างสรรสินค้าและเพิ่มสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ และการเตรียมงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020
"จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้มีความต้องการด้านอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน สำหรับกลุ่มต่างชาติที่เช่าห้องพักในเขตเมืองและต้องการตกแต่งที่อยู่เร่งด่วน ซึ่งสภาพแวดล้อมของยูเออีไม่เอื้ออำนวยสำหรับการผลิตสินค้าด้วยตนเองหลายด้าน รวมถึงอุตสาหกรรมด้านอาหาร จึงเป็นโอกาสกับกลุ่มธุรกิจอาหาร และเอสเอ็มอีที่มีความถนัดด้านนี้" นายอัครวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่า มูลค่าการส่งออกของสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปี 2559 มีมูลค่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่า การส่งออกช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.ปีนี้ มีมูลค่า 3.99 หมื่นล้านบาท เป็นกลุ่มประเทศ 1 ใน 20 อันดับแรก ที่ไทยส่งออกมากที่สุด
ขณะที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ที่บุกตลาดยูเออี มักเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งที่ยังมีโอกาสสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่เอสเอ็มอีไทยยังไม่กล้าบุกตลาดยูเออีเนื่องจากกังวลในการทำการตลาด ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม และส่วนใหญ่เน้นตลาดอาเซียนเป็นหลัก แต่ยูเออี ยังมีโอกาสทางการค้าและผู้บริโภคเป็น กลุ่มตลาดบนมีกำลังซื้อสูง โดยผู้ประกอบการต้องทำการศึกษาตลาดล่วงหน้า เพื่อนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย







