
‘สตาร์ทอัพ’ไทยรวยเร็วพุ่ง
ผลสำรวจสตาร์ทอัพไทยสร้างรายได้จากการทำธุรกิจแล้ว 69%ภายในเวลา 1 ปี สร้างกำไร 23% ธุรกิจหลักกลุ่มไลฟ์สไตล์
ผลสำรวจสตาร์ทอัพไทยสร้างรายได้จากการทำธุรกิจแล้ว 69%ภายในเวลา 1 ปี สร้างกำไร 23% ธุรกิจหลักกลุ่มไลฟ์สไตล์
นายวัชระ เอมวัฒน์ นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (ไทยเทคสตาร์ทอัพ) กล่าวปาฐกถาพิเศษแนวโน้มสตาร์ทอัพไทยปี 2560-2561 ในงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2017 ว่า สตาร์ทอัพในไทยสัดส่วน 69% ของสตาร์ทอัพทั้งหมด สามารถสร้างรายได้จากการทำธุรกิจได้ในเวลา 1 ปี และ 23% สามารถสร้างกำไรทางธุรกิจได้ ส่วนงบประมาณที่ใช้ค้นคว้า หรือพัฒนานวัตกรรมเมื่อเริ่มต้นธุรกิจเฉลี่ยที่ 5 แสนบาท
สำหรับสัดส่วนการสร้างรายได้แบ่งเป็นการสร้างรายได้น้อยกว่า หรือเท่ากับ 5 แสนบาท ที่ 44% สร้างรายได้ 5 แสน-5 ล้านบาท ที่ 21% สร้างรายได้มากกว่า 5 ล้านบาท ที่ 5% และอีก 30% ยังไม่มีรายได้ ขณะที่ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของสตาร์ทอัพไทย อันดับ 1 ได้แก่ ไลฟ์สไตล์ อันดับ 2 บริการทั่วไป อันดับ 3 เทคโนโลยี อันดับ 4 การท่องเที่ยวและเทคโนโลยี การตลาด และอันดับ 5 การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่การลงทุนสตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท แหล่งเงินระดมทุนในช่วงแรกจะมีมาจากเงินทุนส่วนตัว 72% เงินทุนครอบครัว เพื่อน หรือญาติ 18% เงินทุนรัฐ 4% จากการเข้าร่วมโครงการแอคเซอลีเรเทอร์ (Accele rator) 4% และมาจากโครงการบ่มเพาะ หรือ อินคูเบเทอร์ (Incubators) 2% ส่วนการเข้าร่วมโครงการของภาครัฐจะมีการเข้าร่วม 49% และอีก 51% ยังไม่เข้าร่วม โดยหน่วยงานภาครัฐที่สตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการมากที่สุด อันดับหนึ่ง คือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) อันดับสอง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และอันดับสาม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)
นายวัชระ กล่าวต่อว่า จากผลการสำรวจของสตาร์ทอัพพบว่าสัดส่วน 55% ของสตาร์ทอัพในประเทศคาดหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นสตาร์ทอัพชั้นนำของโลก หรือมีมูลค่าธุรกิจ 1,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ โดยมีความเชื่อมั่นว่า ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเห็นสตาร์ทอัพไทยในระดับ ดังกล่าวได้ ที่เป็นยูนิคอร์นของประเทศไทยเกิดขึ้น
"การส่งเสริมกลุ่มดิจิทัล นอแมด หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีให้เข้ามาทำงานในไทยถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะไทยกำลังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีอย่างมาก รวมถึงต้องเร่ง ส่งเสริมสร้างนักศึกษารุ่นใหม่ในไทย" นายวัชระ กล่าว n







