
ส่องโอกาสการค้าCLMV เวียดนาม (ตอน 1)
ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]เวียดนามมีจำนวนประชากร 93 ล้านคน แบ่งเศรษฐกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาคเหนือและภาคใต้สมัยก่อนเวียดนามตอนใต้จะเจริญมาก ขณะที่ในระยะหลังรัฐบาลมีการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามตอนเหนือมากขึ้น สำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 6-6.5% ซึ่งรัฐบาลพยายามรักษาเสถียรภาพการเติบโตไว้ที่ระดับนี้ โดยในปี 2017 ถึงปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ 6.2%
ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]
เวียดนามมีจำนวนประชากร 93 ล้านคน แบ่งเศรษฐกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาคเหนือและภาคใต้สมัยก่อนเวียดนามตอนใต้จะเจริญมาก ขณะที่ในระยะหลังรัฐบาลมีการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามตอนเหนือมากขึ้น สำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 6-6.5% ซึ่งรัฐบาลพยายามรักษาเสถียรภาพการเติบโตไว้ที่ระดับนี้ โดยในปี 2017 ถึงปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ 6.2%
ทั้งนี้ เวียดนามมีการพึ่งพิงการนำเข้าสูงมาก โดยมีอัตราการเติบโตถึง 24% ในปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าและบริการไปยังเวียดนาม โดยการส่งออกของไทยไปยังเวียดนามตั้งแต่ต้นปี 2017 มาถึง 4 เดือนแรกมีการเติบโต 22%
ขณะที่เวียดนามมองไทยเป็นทั้งคู่ค้า (Partner) และคู่แข่ง (Compet itor) โดยไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนโดยตรง (Foreign Direct Investment : FDI) ในเวียดนามเป็นลำดับ 10 ส่วน 3 อันดับแรก ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามเวียดนามอยากเข้ามาแทนที่เราในด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค คนเวียดนามมองสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สินค้าจีนจะเข้ามาตีตลาดคนระดับล่าง ในขณะที่คนระดับกลางและคนระดับบนที่เริ่มตระหนักถึงเรื่องคุณภาพชีวิต จะหันมาใช้สินค้าไทยมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอยู่จำนวน 70%
ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในภาคใต้โฮจิมินห์ ผู้บริโภคจะใช้จ่ายไม่อั้น เท่าไรเท่ากัน ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงสำคัญ ในขณะที่ทางภาคเหนือ ฮานอย ผู้บริโภคจะเปรียบเทียบคุณภาพ เปรียบเทียบคุณลักษณะต่างๆ ของสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อ
ตลาดที่มีศักยภาพที่ไทยสามารถเข้าไปแข่งขันได้ อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน อาหาร ของใช้ในครัวเรือน เครื่องดื่มทั้งที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ และสินค้าเกษตร
สำหรับตลาดปุ๋ยอินทรีย์ เวียดนามทำการเกษตรมาก รัฐบาลจึงส่งเสริม Green Environment โดยมุ่งเน้นธุรกิจสีเขียว อุตสาหกรรมไฮเทค ฟู้ด เซฟตี้ โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ เนื่องจากที่ผ่านมาในเวียดนามมีการใช้ปุ๋ยเคมีมาก
ขณะที่การลงทุนด้านการก่อสร้างยังสดใส เวียดนามมีโครงการก่อสร้างค่อนข้างเยอะ ดังนั้นจึงมีสินค้าที่เกี่ยวเนื่องที่ยังมีความต้องการอีกเยอะมาก แต่ยังไม่มีธุรกิจด้านการก่อสร้างของไทยเข้าไปลงทุนมีแต่สิงคโปร์และญี่ปุ่น
เครื่องจักรกลต่างๆ ก็มีโอกาสจากการที่เวียดนามมีการส่งเสริมการลงทุน อาจนำไปขายให้กับบริษัทที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามอีกทอดหนึ่ง โดยคู่แข่งสำคัญในธุรกิจเครื่องจักรกลต่างๆ มีเพียงจีน แต่สินค้าจากจีนมักจะเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ
รูปแบบค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ยังมีน้อย ค้าปลีกสมัยใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในโฮจิมินห์ ฮานอยเป็นหลัก กลุ่มผู้บริโภครายได้ระดับกลางจะพึ่งพาช่องทางการจัดจำหน่ายตามร้านค้าย่อยในเมืองเล็กๆ มีผู้นำเข้าสินค้าไทยไปเปิดร้านจำหน่ายเล็กๆ โดย 90% เป็นสินค้าไทย ประสบความสำเร็จมากในตลาดชนบทที่เขาเริ่มที่จะพัฒนา
ในเวียดนามต้องทำใจว่ามีของปลอมเยอะมาก ของทำเลียนแบบเยอะ ผู้ประกอบการไทยต้องทำตัวเองให้ดูดีมีคุณค่า ไม่ต้องลงไปแข่งขันกับตลาดของก๊อบปี้ เพราะเป็นตลาดล่าง เราควบคุมเรื่องการปลอมสินค้าไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มระดับกลางถึงบน ซึ่งสินค้าที่วางตำแหน่งสำหรับลูกค้ากลุ่มรายได้ระดับสูง มีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี กลุ่มนี้นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าไปดำเนินธุรกิจในเวียดนามควรมีการสร้างแบรนด์ (Branding) สร้างภาพลักษณ์ (Image) ของสินค้าที่ดี และช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานจากไทย (Country Image)







