posttoday
ความต้องการทางการเงิน จัดสรรให้ผู้พิการได้ไม่ยาก

ความต้องการทางการเงิน จัดสรรให้ผู้พิการได้ไม่ยาก

10 กรกฎาคม 2560

วีระพล บดีรัฐรองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลธนาคารกสิกรไทยผู้พิการถือเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม แต่ผู้พิการมิได้เป็นผู้ด้อยความสามารถ ในทางกลับกันผู้พิการบางคนมีความสามารถพิเศษ หรือมีคุณภาพสูงกว่าคนธรรมดาสามัญเสียอีก ปัจจุบันรัฐได้กำหนดให้สถานประกอบการเลือกใช้ทางเลือกเพื่อส่งเสริมให้คนพิการมีรายได้หรือได้รับความช่วยเหลือทางใดทางหนึ่งหรือหลายทางร่วมกันได้ ดังต่อไปนี้คือ

วีระพล บดีรัฐรองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลธนาคารกสิกรไทย

ผู้พิการถือเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม แต่ผู้พิการมิได้เป็นผู้ด้อยความสามารถ ในทางกลับกันผู้พิการบางคนมีความสามารถพิเศษ หรือมีคุณภาพสูงกว่าคนธรรมดาสามัญเสียอีก ปัจจุบันรัฐได้กำหนดให้สถานประกอบการเลือกใช้ทางเลือกเพื่อส่งเสริมให้คนพิการมีรายได้หรือได้รับความช่วยเหลือทางใดทางหนึ่งหรือหลายทางร่วมกันได้ ดังต่อไปนี้คือ

1.รับคนพิการเข้าทำงาน

2.ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ

3.ให้สัมปทาน หรือสิทธิแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของหน่วยงาน

การสนับสนุนดังกล่าว หน่วยงานหรือองค์กรจะได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงคือได้รับบุคลากรที่มีความสามารถเข้าไปเป็นสมาชิกของหน่วยงาน และประโยชน์ทางอ้อมคือการได้ประโยชน์ทางภาษีเพื่อนำค่าใช้จ่ายทั้งส่วนที่เป็นเงินเดือนหรือค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงสถานที่ทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติม

ถึงแม้จะมีนโยบายสนับสนุนดังกล่าว ตลาดแรงงานสำหรับผู้พิการยังคงเป็นตลาดเฉพาะที่มิได้เปิดกว้างมากนัก ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตลาดแรงงานสำหรับผู้พิการในมุมของนายจ้าง ข้อกังวลหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นลำดับแรกๆ คือ คนกลุ่มนี้จะทำงานได้ดีมีคุณภาพแค่ไหน คุ้มหรือไม่กับประโยชน์ทางการเงินที่ได้รับจากการลดหย่อนภาษีกับประสิทธิภาพของหน่วยงานในระยะยาว เมื่อรับบุคคลที่อาจถูกมองว่าเป็นภาระหรือมีข้อจำกัดในการทำงานให้เข้ามาอยู่ร่วมในองค์กร ผมอยากให้ลองพิจารณาทางเลือกเพื่อบุคลากรที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างผู้พิการต่อไปนี้ดูว่า เป็นทางเลือกที่ยากเกินไปหรือไม่อย่างไร

1.กำหนดงานพาร์ตไทม์ เพื่อรับพนักงานให้สอดคล้องกับปริมาณงาน เช่น การแบ่งงานออกตามปริมาณความหนาแน่นของลูกค้า หรือการติดต่อกับคู่ค้า พร้อมทั้งกำหนดช่วงเวลาเพื่อให้สามารถรับบุคลากรตามช่วงเวลาเข้ามาทำงานสนับสนุนได้แบบยังไม่ต้องเป็นพนักงานประจำ กลุ่มธุรกิจประเภท โรงแรม ร้านอาหาร งานเพื่อสังคม การจัดการคลังสินค้า หรือธุรกิจการศึกษา หรือแม้แต่การเงิน ก็สามารถรับพนักงานชั่วคราว ตามช่วงเวลาได้ ซึ่งทางเลือกนี้มิได้จะสร้างโอกาสให้กับผู้พิการเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในกลุ่มคนทำงานประจำที่ต้องการหารายได้เสริมสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ด้วย

2.งานทางไกลหรืองานทำที่บ้าน ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงในทุกครัวเรือนอย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้การทำงานโดยไม่ต้องเข้ามาประจำที่สำนักงานใหญ่ มีโอกาสทำได้ง่ายขึ้น องค์กรต่างๆ สามารถแบ่งงานประเภทงานขายกลุ่มเทเลเซล งานลูกค้าสัมพันธ์ การลงหรือบันทึกข้อมูล งานเขียนโปรแกรม งานสนับสนุนด้านกฎหมาย หรือบัญชี ซึ่งผู้พิการทั่วไปหรือแม้แต่ผู้พิการทางสายตาในปัจจุบันต่างสามารถใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่วไม่แพ้คนปกติ การเลือกงานดังที่กล่าวมาและจัดการให้เกิดการส่งต่อข้อมูลระหว่างกันได้อย่างปลอดภัย ย่อมสามารถทำได้

3.งานที่ไม่สลับซับซ้อนงานต้อนรับ หรืองานธุรการ กลุ่มงานนี้เรื่องความบกพร่องทางร่างกายไม่ใช่อุปสรรคที่ใหญ่โตเกินที่จะจัดการได้ การจัดการงานประเภทนี้เพื่อให้เข้ากับบุคลากรที่มีข้อจำกัดทางร่างกายหรือสุขภาพ สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้มากขึ้นในปัจจุบัน เช่น พนักงานต้อนรับในร้านค้า หรือห้างร้านใหญ่ๆ ที่จะใช้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการมาให้บริการลูกค้า งานเอกสารหรืองานธุรการเบื้องต้น งานลูกค้าสัมพันธ์ (คอลเซ็นเตอร์) และงานผู้ช่วยในการทำข้อมูลต่างๆ

ไม่ว่าองค์กรจะเลือกสร้างโอกาสในการทำงานสำหรับผู้พิการอย่างไร สิ่งหนึ่งที่จำเป็นที่จะต้องทำควบคู่กันไปคือการเตรียมองค์กรให้พร้อม ทั้งด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ต้องเอื้อกับคนกลุ่มนี้ การสื่อสารให้พนักงานในองค์กรเตรียมรับกับความหลากหลายที่เพิ่มมากขึ้น ความยืดหยุ่นทางด้านระเบียบปฏิบัติและการทำงานสำหรับพนักงาน หลักสูตรอบรมและการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับความหลากหลายของบุคคลากรในอนาคต

การเตรียมพร้อมดังที่กล่าวมานี้ ผมคิดว่ามิได้ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรว่าใหญ่หรือเล็ก ต้องการทำเพื่อสังคมในลักษณะงานซีเอสอาร์หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ทุกองค์กรก็จะต้องเข้าสู่สภาวะที่ทางเลือกในการรับบุคลากรเข้าทำงานมีน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับแนวโน้มของคนวัยทำงานที่น้อยลงเมื่อเทียบกับวัยพึ่งพิงหรือวัยชราที่มีเพิ่มขึ้น ทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีหรือการใช้แรงงานต่างชาติ อาจมิใช่คำตอบเสมอไป การเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของวัยแรงงานเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมองข้ามไป จะผู้พิการหรือผู้สูงอายุ หากมีความสามารถ องค์กรใดๆ ก็ไม่ควรมองข้าม ในขณะเดียวกันการส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่ในสภาวะพึ่งพิงเหล่านี้ ได้มีโอกาสใช้ความสามารถที่มีเพื่อประโยชน์แก่องค์กรในทางใดทางหนึ่ง นอกจากองค์กรจะได้ประโยชน์แล้วสังคมโดยรวมย่อมได้ประโยชน์ไปด้วย เมื่อคนกลุ่มนี้สามารถพึ่งตัวเองได้มากขึ้น และต้องการความช่วยเหลือจากรัฐน้อยลง แล้วทำไมเราถึงจะไม่เริ่มต้นทำเรื่องนี้กันเสียแต่วันนี้ จริงไหมครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท