posttoday
ช่วยเอสเอ็มอีจุดเดียว

ช่วยเอสเอ็มอีจุดเดียว

11 กรกฎาคม 2560

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมกับประกาศนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ เพราะมองว่าเอสเอ็มอีเป็นนักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ที่จะนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของการส่งออก ที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับธุรกิจไทย

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมกับประกาศนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ เพราะมองว่าเอสเอ็มอีเป็นนักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ที่จะนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของการส่งออก ที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับธุรกิจไทย

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือเอสเอ็มอีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ผู้ประกอบการจำนวนมากยังติดกับดักหนี้ ขาดสภาพคล่อง ประสบปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากครัวเรือนไทยขาดกำลังซื้อ แม้รัฐบาลจะประกาศอัดฉีดเงิน ลงสู่รากหญ้าอย่างต่อเนื่อง แต่เงินกลับไม่หมุน เพราะมาตรการของรัฐส่วนใหญ่เป็นการให้สินเชื่อ ปลอดดอกเบี้ยบ้าง ดอกเบี้ยต่ำบ้าง ซึ่งไม่มีใครอยากเป็นหนี้เพิ่ม

ขณะเดียวกันโครงการของรัฐหลายโครงการ รัฐบาลเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งล่าสุดกรมธนารักษ์เจ้าของพื้นที่ออกมาปรับเป้าหมายใหม่ มุ่งมาที่กลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น หลังจากธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากความไม่พร้อมของพื้นที่ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคที่จะมารองรับ ดังนั้นแม้กรมธนารักษ์จะเว้นภาษี ไม่เก็บค่าเช่า ยังมีคนสนใจลงทุนน้อยอยู่ดี

ทั้งที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าการค้าชายแดนเป็นความหวังของไทย โดยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้าทั้งสิ้นกว่า 5 แสนล้านบาท ขยายตัว 6.4% กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าปีนี้มูลค่าการค้าชายแดนของไทยจะสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธุรกิจไทยจะเข้าไปลงทุนในเขตประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า โดยเฉพาะเข้าไปขยายฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ในลักษณะของการใช้แรงงานประกอบชิ้นส่วน โดยนำเข้าวัตถุดิบจากไทยไปประกอบ ก่อนส่งออกไปขายทั่วโลก ซึ่งข้อดีคือทำให้สินค้าเหล่านี้ได้สิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ตามข้อกำหนดของแหล่งกำเนิดสินค้าเข้าไปด้วย

นอกจากนี้ หลายประเทศในอาเซียนมีนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นเดียวกัน เช่น อินโดนีเซีย ที่ประกาศนโยบายเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจาก 11 เป็น 25 แห่ง ภายในปี 2562 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่อินโดนีเซียเร่งพัฒนาเพื่อรองรับกับการมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจ เช่น การมีท่าเรือและสนามบิน เป็นต้น ถ้ามีพื้นที่เปล่าๆ ไม่มีระบบคมนาคมเชื่อมต่อ แม้จะไม่เก็บภาษี คงไม่มีใครไปลงทุนอยู่ดี เพราะต้องมีต้นทุนอื่นๆ ตามมามากมาย

จะเห็นได้ว่ามาตรการทั้งการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนใหญ่จะ เป็นธุรกิจขนาดเล็กในต่างจังหวัด การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมไปถึงการจัดสรรงบลงกลุ่มจังหวัดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ล้วนมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีให้แข็งแรง แต่มาตรการทั้งหลาย ทั้งปวงดูกระจัดกระจายและไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ดังนั้นควรคิดใหม่ ช่วยเอสเอ็มอีเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ให้สมกับเป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท