
ทยอยลงทุนในประเทศพัฒนา ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา และจีน
บลจ.ไทยพาณิชย์สัปดาห์แรกที่เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง มาดูกันว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จะเริ่มต้นและจัดการลงทุนได้อย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแบบไหน
บลจ.ไทยพาณิชย์
สัปดาห์แรกที่เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง มาดูกันว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จะเริ่มต้นและจัดการลงทุนได้อย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแบบไหน
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน
๏ ตลาดหุ้นเกาหลีและอินเดีย สำหรับสองตลาดนี้แนะนำว่า "ชะลอการลงทุน" ทั้งคู่ครับ เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปี มีความเสี่ยงถูกเทขายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณการลดขนาดงบดุลที่เร็วกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุน แบบนี้แนะนำให้หยุดก่อนจะดีกว่า
๏ ตลาดหุ้นจีน แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นจีนทั้งสองตลาด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลข PMI และตัวเลขคำสั่งซื้อในเดือน มิ.ย. ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้รัฐบาลจีนมีท่าทีผ่อนคลายกับนโยบายการเงินมากขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีนทำการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบธนาคารพาณิชย์สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน ดูท่าแล้วน่าจะสดใส ใครที่ยังไม่มีจีน หรือมีไม่เต็มพอร์ต ทยอยจัดไปได้เลย
๏ ตลาดหุ้นสหรัฐ มองว่าไปต่อ ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐกันต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง จากการปรับตัวเลขจีดีพีของไตรมาสแรก เพิ่มขึ้นเป็น 1.4% และผลประกอบการบริษัทโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบบนี้ต้องจัดกันครับผม
๏ ตลาดหุ้นยุโรป ช่วงนี้เหมาะในการทยอยซื้อสะสมหุ้นยุโรปจากการคลายความกังวลในทางการเมือง โดยล่าสุดธนาคารกลางยุโรปได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจหรือจีดีพีเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปที่ชี้ถึงการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมและบริการครับ ลองดูกันต่อไป
๏ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยังได้อยู่ แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่น หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาดี รวมถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่่ปุ่น
๏ สรุปคำแนะนำการลงทุน สำหรับประเทศพัฒนาเน้นสะสมตลาดสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นครับ ส่วนตลาดเกิดใหม่เน้นฝั่งเอเชีย เน้นแค่จีนที่เดียวพอครับ
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้
๏ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นจากการรายงานการขยายตัวจีดีพีสูงกว่าคาด และจาก Economic Surprise Index ท่ี่่ต่ำมากของสหรัฐ และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป แนะนำว่าให้ระมัดระวังในการเพิ่มอายุการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ
๏ พันธบัตรรัฐบาลไทย อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นตามผลตอบแทนของตราสารหนี้สหรัฐและเยอรมนี ทั้งนี้ยังคาดว่าความผันผวนของตราสารหนี้โลกยังส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวของไทยอยู่ ยังไงก็ระมัดระวังการลงทุนไว้ด้วย
แนะนำให้นักลงทุนเน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน และให้ผลตอบแทนที่ดีแทน
กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก
๏ ทองคำ แนะนำให้สะสมทองคำในพอร์ตไว้บ้าง (สำหรับคนที่ยังไม่มี) เพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น เนื่องจากตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นโลกโดยรวมอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงมีมากหากมีปัจจัย ลบเข้ามากระทบครับ ดังนั้นสะสมไว้ส่วนหนึ่งน่าจะดีกว่า
๏ น้ำมัน ทยอยซื้อสะสมน้ำมันไปเรื่อยๆ ตามตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลงมากกว่าตลาดคาดการณ์ และมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน (Driving Season) น่าจะทำให้เรามีโอกาสเพิ่มผลตอบแทนในส่วนนี้
สำหรับภาพรวมโดยสรุปแนะนำทยอยสะสม ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน จะเห็นว่าภาพรวมตั้งแต่ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ประเทศพัฒนาแล้วกลายเป็นมีโอกาสมากขึ้น จากผลของเศรษฐกิจและนโยบายที่แข็งแกร่งขึ้น ตรงนี้ใครมองยังไงก็อย่าลืมปรับพอร์ตกันให้ชัดเจนด้วย จะได้ไม่เสียใจทีหลัง







