
แบงก์ปิดสาขา-บูธแลกเงิน ลดต้นทุนแข่งขันสูง
พรสรรค์ นันทะศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์สถานการณ์ธนาคารพาณิชย์ดิ้นปรับตัวลดต้นทุน ทั้งปิดสาขา นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการบริหารจัดการ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปหันมาใช้บริการธุรกรรมทางธนาคารผ่านระบบออนไลน์และโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่สาขาของธนาคารลดความสำคัญลง หรือปรับลดขนาดของสาขาธนาคารเล็กลง เช่น ธนาคารซีไอเอ็มบี ที่เปิดสาขาในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น และสถานีบริการน้ำมัน
พรสรรค์ นันทะศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
สถานการณ์ธนาคารพาณิชย์ดิ้นปรับตัวลดต้นทุน ทั้งปิดสาขา นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการบริหารจัดการ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปหันมาใช้บริการธุรกรรมทางธนาคารผ่านระบบออนไลน์และโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่สาขาของธนาคารลดความสำคัญลง หรือปรับลดขนาดของสาขาธนาคารเล็กลง เช่น ธนาคารซีไอเอ็มบี ที่เปิดสาขาในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น และสถานีบริการน้ำมัน
นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เริ่มมีการยกเลิกธุรกิจที่ไม่มีกำไร เช่น ธนาคารทหารไทยมีการปิดบูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และล่าสุดธนาคารซีไอเอ็มบีก็เริ่มทยอยปิดบูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่นกัน
ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ (ธนาคารที่จดทะเบียนในประเทศและสาขาธนาคารต่างประเทศ) ณ เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า มีทั้งสิ้น 6,920 แห่ง ลดลง 140 แห่ง หรือ 2.03% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มี 7,060 แห่ง โดยส่วนใหญ่ลดลงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง
ทั้งนี้ พบว่าธนาคารกสิกรไทยมีสาขาลดลงมากที่สุด 64 แห่ง จาก 1,124 แห่ง เหลือ 1,060 แห่ง รองลงมาธนชาตลดลง 53 แห่ง จาก 608 แห่ง เหลือ 555 แห่ง ถัดมาธนาคารกรุงไทยลดลง 45 แห่ง จาก 1,214 แห่ง เหลือ 1,169 แห่ง และธนาคารไทยพาณิชย์ลดลง 38 แห่ง จาก 1,208 แห่ง เหลือ 1,170 แห่ง
นอกจากนี้ ยังมีซีไอเอ็มบี (ไทย) ลดลง 8 แห่ง จาก 99 แห่ง เหลือ 91 แห่ง สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ลดลง 6 แห่ง จาก 20 แห่ง เหลือ 14 แห่ง ทหารไทย ลดลง 5 แห่ง จาก 456 แห่ง เหลือ 451 แห่ง ส่วนยูโอบี ทิสโก้ และสาขาธนาคารต่างประเทศลดลงอย่างละ 1 แห่ง เหลือ 153 แห่ง 56 แห่ง และ 18 แห่ง ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี ยังมีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งขยายจำนวนสาขามากขึ้น เช่น ธนาคารไทยเครดิต เพิ่ม 40 แห่ง เป็น 121 แห่ง กรุงเทพ เพิ่ม 18 แห่ง เป็น 1,165 แห่ง กรุงศรีอยุธยา เพิ่ม 15 แห่ง เป็น 659 แห่ง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เพิ่ม 3 แห่ง เป็น 133 แห่ง ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) เพิ่ม 3 แห่ง เป็น 9 แห่ง ไอซีบีซี เพิ่ม 2 แห่ง เป็น 22 แห่ง เกียรตินาคิน เพิ่ม 1 แห่ง เป็น 67 แห่ง
อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ทยอยปิดบูธแลกเงินอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยมีบูธแลกเงินกว่า 30 แห่ง ขณะนี้เหลือเพียง 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในทำเลสถานที่ท่องเที่ยว ยอมรับว่าธุรกิจบูธแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ซบเซาอย่างมาก จากการแข่งขันสูงและรุนแรง
"ธุรกรรมการแลกเงินตราต่างประเทศผ่านบูธแลกเงินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปรับลดลงเฉลี่ย 20-30% ในแต่ละปี ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ยกเลิกการทำธุรกิจนี้ไปแล้ว เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และกังวลว่าธุรกรรมการแลกเงินมีความเสี่ยงจะเป็นแหล่งฟอกเงิน" อดิศร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกำลังศึกษาแนวทางแลกเปลี่ยนเงินตราที่เชื่อมโยงกับดิจิทัลแบงก์กิ้ง เช่น แลกเงินไม่ต้องรับเงินสด ให้เงินเข้าเป็นอี-มันนี่ หรือเข้าบัตรเครดิต-เดบิต และสามารถนำเงินนั้นไปใช้ต่างประเทศได้เลย ซึ่งวิธีนี้ต้นทุนต่ำ ธนาคารสามารถให้อัตราที่แข่งขันกับเอกชนได้ โดยต้นทุนการทำระบบในครั้งแรกอาจจะแพง แต่หากมีธุรกรรมเข้ามามาก ต้นทุนการแลกแต่ละครั้งก็ต่ำลงเรื่อยๆ
อดิศร กล่าวว่า ธนาคารมีแผนปิดสาขาเพิ่มเติมอย่างน้อย 5 แห่ง แต่จะเปิดเพิ่มอีก แบ่งเป็น การเปิดสาขา 1 แห่งในห้างสรรพสินค้ารองรับลูกค้าเวลธ์ และเปิดสาขาย่อยร้านสะดวกซื้อและสถานีน้ำมันอีก 3-4 แห่ง โดยสิ้นปีสาขาของธนาคารจะเหลือ 80 แห่ง จากปัจจุบันมี 92 แห่ง
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันธนาคารมีพนักงานสาขาประมาณ 1,000 คน โดยไม่ลดพนักงานลง แม้จะปิดสาขาไปแล้ว 40-50 แห่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยพนักงานสาขาที่ปิด มีทั้งการโยกย้ายไปยังสาขาใกล้เคียง และพนักงานบางส่วนได้พัฒนามาเป็นพนักงานขายผลิตภัณฑ์ (Redeploy) เนื่องจากพนักงานถือเป็นทรัพยากร ที่มีคุณค่าต้องรักษาไว้







