
หนุน บจ.สร้างนวัตกรรม เป็น S Curve
บงกชรัตน์ สร้อยทอง เข้าสู่ปีที่ 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ทำ "โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการ" เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย เข้าใจและเห็นศักยภาพของบริษัทเพื่อนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและบริษัทให้อยู่อย่างยั่งยืนมากขึ้น
บงกชรัตน์ สร้อยทอง
เข้าสู่ปีที่ 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ทำ "โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการ" เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย เข้าใจและเห็นศักยภาพของบริษัทเพื่อนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและบริษัทให้อยู่อย่างยั่งยืนมากขึ้น
บจ.ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะได้รับการประเมินระดับความสามารถทางนวัตกรรม ทั้งนี้ สนช.จะไปเยี่ยมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้บริหาร ระดับสูง ระดับกลาง และพนักงานขององค์กร บจ.แต่ละแห่ง สอบถามและสำรวจความสามารถทางนวัตกรรม โดยกรอบการประเมินจะมีหลายด้านตั้งแต่การจัดการด้านบุคคล การจัดการองค์กร การพัฒนานวัตกรรม ความเอาใจใส่พนักงาน และการจัดการวัสดุ
จากนั้นจะมีการอบรมพัฒนา ศักยภาพขั้นสูงทางนวัตกรรม ก่อนที่ บจ.แต่ละแห่งจะร่วมพัฒนาโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจาก สนช.เฉลี่ยบริษัทละ 3 ล้านบาท
ปี 2559 ที่ผ่านมามี บจ.เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 30 แห่ง แบ่งเป็นบจ.จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย (SET) 2 แห่ง และจากเอ็ม เอ ไอ 28 แห่ง โดยมีการเขียนและทำโครงการทั้งหมด 19 โครงการ และมีการอนุมัติไปแล้วทั้งหมด 4 โครงการ นอกจากนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาและอนุมัติจาก สนช.
ขณะที่ปีนี้มี บจ.จาก SET เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 20 แห่ง เป็นบริษัทจาก SET 6 แห่ง และเอ็ม เอ ไอ 14 แห่ง
"ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นบันไดที่ทำให้ บจ. ไปสู่ความยั่งยืนได้ โดยที่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมา ภิบาล (ESG) เข้าไปอยู่ในกระบวน การทำงานและกลยุทธ์ในการทำงาน เพราะการคิดค้น "นวัตกรรม" จะเป็นเครื่องมือให้ บจ.เติบโตเป็น S Curve ต่อไป และกลายเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในอนาคตได้
นวัตกรรมจะเป็นสิ่งที่เชื่อมระบบนิเวศทุกอย่างในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต เพราะจากการเริ่มต้นประเมินนวัตกรรมองค์กรจะทำให้รู้ว่าปัจจุบันองค์กรมีความพร้อมขนาดไหน จุดเด่นหรือข้อจำกัดในการพัฒนานวัตกรรมจากสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เนื่องจากบางครั้งองค์กรไม่รู้ว่ามีนวัตกรรมที่ดีอยู่แล้ว หรือบางครั้งเพิ่งรู้ว่าปัจจัยใดที่ทำให้องค์กรพัฒนาต่อไปไม่ได้
ขั้นตอนอบรมส่วนใหญ่จะเป็น ผู้บริหารระดับสูง หรือ ซีอีโอ ซึ่ง จะทำให้กระบวนการดำเนินงานจาก ผู้บริหารโดยตรง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากการคิดค้นนวัตกรรมได้รับการรับรู้และผลักดันจากซีอีโอ เพราะจะทำให้องค์กรนั้นถูกขับเคลื่อนได้ง่าย
ทั้งนี้ นวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการของการผลิต หรือการบริหารจัดการ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ การบริการใหม่ ซึ่งรวมไปถึงการขยายการตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วย อีกทั้งยังเป็นโอกาสทำให้เกิดโครงสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา (Business Model) และก็จะทำให้บริษัทมีวิสัยทัศน์และการเติบโตที่ ต่อเนื่องและยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิม
สนช.ร่วมทำโครงการนี้ขึ้นมาเพราะต้องการสนับสนุนให้บริษัท ขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถใช้นวัตกรรมเป็นตัวช่วยให้บริษัทมีโอกาสเติบโตเช่นเดียวกับ บริษัทขนาดใหญ่ เพราะการมีนวัตกรรมเท่ากับเป็นการแปลงเทคโนโลยีเป็น ทุนแทน นวัตกรรมไม่ได้ทำให้เกิดดอกเบี้ย แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้บริษัทมีแขนขาและสร้างรายได้และกำไร สุทธิกลับมาบริษัทได้มากขึ้น
สำหรับ 4 บริษัทที่ได้รับการอนุมัติโครงการนวัตกรรมจาก สนช. จากโครงการแรก ได้แก่ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ (PIMO) บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ (EUREKA) บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม (TMI)
"วิเชษฐ์ เมืองจันทร์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ ผู้ให้บริการออกแบบและผลิตเครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์จับยึดสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวถึงสิ่งที่บริษัทได้จากการร่วมโครงการและเพิ่งได้รับการอนุมัติโครงการว่าเรื่องเงินไม่ใช่คำตอบ สิ่งสำคัญคือนวัตกรรมที่จะเกิดการคิดค้นกันใหม่ จะช่วยบริษัทลดต้นทุน หรือขยายขอบข่ายงานให้บริษัทเพิ่มเติม
ที่ผ่านมาได้ร่วมวิจัยและพัฒนาเรื่องการดีไซน์โลจิสติกส์ ออโตเมชั่น ซึ่งจะไปช่วยให้บริษัทมีการลดต้นทุน ในระหว่างกระบวนการผลิต ประกอบกับเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทได้มากขึ้น โดยคาดหวังว่าจะทำให้เกิดการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ให้กับบริษัทได้ภายใน 1 ปีข้างหน้านี้







