
นายกฯสั่งเร่งขายยาง ดันราคาในประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ว่า ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆ ของโลก เชื่อมั่นว่าขณะนี้ได้ผ่านวิกฤตความผันผวนด้านราคายางอย่างรุนแรงไปแล้ว โดยการส่งออกและราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ว่า ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆ ของโลก เชื่อมั่นว่าขณะนี้ได้ผ่านวิกฤตความผันผวนด้านราคายางอย่างรุนแรงไปแล้ว โดยการส่งออกและราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับกระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง และจัดคณะ ผู้แทนการค้ายางพาราออกไปเจรจาขายยางพาราและผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการใช้ยางภายในประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ละตินอเมริกา บังกลาเทศ และอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นราคายางภายในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้นได้
"แม้ว่าปัจจุบันตลาดโลกยังมีความต้องการใช้ยางพาราเป็นอย่างมาก แต่ประเทศไทยส่งออกยางพาราในรูปแบบของวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นจึงต้องส่งเสริมให้มีการแปรรูปโดยใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายาง ที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งเมืองยางพาราและกระตุ้นให้ใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนการพึ่งพาการส่งออก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มีแผนจัดให้เจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การค้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่ และจะจัดคณะผู้แทนการค้ายางพาราออกไปเจรจาขายยางพาราและผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายในระยะแรกคือ จีน ละตินอเมริกา บังกลาเทศ และอิหร่าน คาดว่าน่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ติดต่อและสอบถามผู้นำเข้าในประเทศที่ตนเองประจำอยู่ว่ามีความต้องการนำเข้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราจากไทยหรือไม่ หากมีให้รีบติดต่อเข้ามา เพื่อประสานให้ผู้ส่งออกทำการส่งออกต่อไป
ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือ 6 ด้านที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยพยุงราคายาง คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในสัปดาห์หน้า และผลักดันราคายางให้สูงขึ้นได้ โดยที่ล่าช้าเนื่องจากต้องใช้ขั้นตอนในการพิจารณา เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อยางเป็นวัตถุดิบแปรรูปประมาณ 3 หมื่นตัน/ปี ขณะนี้มีผู้ยื่นขอ 29 ราย วงเงิน 8,800 ล้านบาท โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องสมาคมน้ำยางข้นไทย ประชุมที่ตลาดกลางยางพาราสงขลา ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ เพื่อให้ช่วยเพิ่มจุดรับซื้อน้ำยางเพิ่มเพื่อช่วยกระตุ้นราคาในตลาด
ขณะที่การจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยร่วมกับบริษัทส่งออกยางรายใหญ่ 5 เสือ วงเงิน 1,200 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจดทะเบียน โดยสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้ดำเนินการเฉพาะกิจ เมื่อราคายางเป็นปกติจะหยุดดำเนินการ โดยเป้าหมายจะผลักดันราคายางให้ได้ 60-70 บาท/กก.
สำหรับการผลักดันมาตรการแก้ไขระยะสั้นส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ ได้รวบรวมความต้องการใช้ยาง เมื่อวันที่ 7 ก.ค. จาก 9 หน่วยงานราชการ มีปริมาณใช้น้ำยาง 1 หมื่นตัน ยางแห้ง 1.2 หมื่นตัน และใช้ยางในอนาคต 1.2 หมื่นตัน น้ำยางข้น ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ จะเชิญหน่วยงานรัฐมาประชุมขอตัวเลขการใช้ยางเพิ่มเติมจากที่เสนอมาแล้ว
ด้านเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราทั่วประเทศได้นัดหมายนำหนังสือส่งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมเพรียงกันในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ เนื่องจากประชาชนคนฐานรากเดือดร้อนหนัก
"ปัญหาราคายางตกต่ำส่งผล กระทบต่อชาวสวนยางและเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างมาก เดือดร้อนกันไปเป็นลูกโซ่ ทำให้ชาวสวนยางไม่มีทางออก ทำให้ชาวสวนยางทั่วประเทศนัดไปรวมตัวกันหน้าศาลากลางในวันดังกล่าว เพื่อแสดงพลังสะท้อนให้รัฐบาลได้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น"
ประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ ประชา สัมพันธ์เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (คยท.) กล่าวว่า ทาง คยท. สถาบันและเกษตรกรชาวสวนยางพารา มีมติเป็นเอกฉันท์จะทำการขึ้นป้ายไวนิลทั่วจังหวัดที่มีการปลูกสวนยาง โดยป้ายมีข้อความสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหากับยางพาราเพื่อสนับสนุนโครงการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะมีการใช้ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทั้งให้ยางพาราผสมยางมะตอยทำถนนลาดยาง ฯลฯ







