
บขส.ปั้นรายได้ที่ดิน
บขส.ลุยปั๊มรายได้เพิ่ม เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เตรียมเนรมิตขนส่งเอกมัยรับการลงทุน
บขส.ลุยปั๊มรายได้เพิ่ม เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เตรียมเนรมิตขนส่งเอกมัยรับการลงทุน
นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บขส.) เปิดเผยว่า บขส.จะเร่งสร้างรายได้เพิ่มให้กับองค์กร โดยเฉพาะรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 20% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้จากการเดินรถอยู่ที่ 80% ดังนั้นจึงเตรียมนำพื้นที่ที่มีมาพัฒนาชิงพาณิชย์ อาทิ พื้นที่บริเวณสามแยกไฟฉาย จำนวน 3 ไร่ พื้นที่บริเวณถนนปิ่นเกล้า จำนวน 10 ไร่และพื้นที่ทำเลทองอย่างเอกมัย จำนวน 7 ไร่
“แต่การพัฒนาพื้นที่นี้ได้จะต้องมีการย้ายสถานีขนส่งเอกมัยออกไปก่อน แต่เป็นที่ใดนั้นกำลังศึกษารายละเอียดอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 5 เดือน โดยมีทางเลือกหลายแนวทาง เช่น สร้างอาคารจุดจอดรถโดยสาร 2 ชั้น และนำพื้นที่ว่างไปพัฒนา ตลอดจนให้เอกชนร่วมทุนพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องรอผลการศึกษาก่อนว่ารูปแบบใดมีความคุ้มทุนมากที่สุด และเสนอบอร์ด บขส.อนุมัติ แต่จุดสร้างสถานีแห่งใหม่จะต้องเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางสะดวก”นายจิรศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนมีผลต่อต้นทุนการเดินรถ ประกอบกับในปัจจุบันการแข่งขันธุรกิจเดินรถสูง และสายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์ที่เติบโตต่อเนื่อง และอัตราค่าโดยสารไม่ได้สูงมากนัก ทำให้รายได้การเดินรถในปัจจุบันอาจจะลดลง จึงจำเป็นต้องหารายได้ส่วนอื่นเข้ามาเสริม เช่น รายได้จากการจัดส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ เป็นต้น
นายจิรศักดิ์ กล่าวต่อว่า บขส.เตรียมตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อพิจารณารายละเอียดการปรับแผนเส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทางใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และรองรับรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะหากมีการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงจะส่งผลกระทบต่อการเดินรถโดยสารของ บขส. เนื่องจากในบางเส้นทางมีการทับซ้อนกัน เช่น กรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดย บขส.อาจเข้ามาทำหน้าที่ฟีดเดอร์ หรือการจัดระบบขนส่งเชื่อมต่อไฮสปีดเทรนในบางเส้นทาง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ไปศึกษาพร้อมจัดทำกลยุทธ์ โดยเน้นไปที่เส้นทางทำกำไรที่มีการเดินทางสูงและเส้นทางที่ขาดทุน ซึ่งต้องดูว่าจะลดค่าใช้จ่ายเส้นทางใดได้บ้าง นอกจากนี้การที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะทำให้เกิดการค้าและการลงทุนในภาคตะวันออกมากขึ้น ซึ่งต้องดูว่าความต้องการใช้บริการรถโดยสารจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน หากมีการลงทุนในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่เพิ่ม คาดว่าการตั้งคณะทำงานจะแล้วเสร็จใน 2 เดือน จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการ บขส.พิจารณาอนุมัติต่อไป







