posttoday
หุ้นปันผล… ทางเลือกลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม

หุ้นปันผล… ทางเลือกลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม

10 กรกฎาคม 2560

คำกล่าวของ จอห์น เบอร์ นักลงทุนที่มีอิทธิพลต่อเซียนหุ้นระดับตำนานอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ให้แนวคิด

โดย...ฐนิตา ตุมราศวิน

คำกล่าวของ จอห์น เบอร์ นักลงทุนที่มีอิทธิพลต่อเซียนหุ้นระดับตำนานอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับ “หุ้นปันผล” ได้เป็นอย่างดี ที่ว่า “A cow for her milk, A hen for her eggs, And a stock, by heck, for her dividend” นั่นหมายถึง “เงินปันผลสม่ำเสมอ” ตลอดการถือครองหุ้นตัวนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้กำหนดมูลค่าราคาหุ้นด้วย ไม่ใช่แค่พิจารณาเฉพาะราคาหุ้น ซึ่งเคลื่อนไหวตามกำไรของบริษัทเพียงอย่างเดียว สอดรับกับข้อเท็จจริงที่ว่าราคาหุ้นในพอร์ตที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นยังคงมีความไม่แน่นอน และถือเป็นกำไรที่ยังไม่ได้รับจริง แต่เงินปันผลนั้นถือเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจริง

5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้ยูโรโซนใน พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน เกิดสารพัดปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวน ทั้งราคาน้ำมันตกต่ำ ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ หรือภาวะเศรษฐกิจจีน (คู่ค้าหลักของอาเซียน) ชะลอตัว ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทย หรือ SET Index ช่วงดังกล่าวแทบไม่สร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนเลย แตกต่างไปจากดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์ หรือ SET TR Index (รวมผลตอบแทนจากสิทธิในการจองซื้อหุ้นและเงินปันผลที่นำไปลงทุนต่อ) กลับสร้างผลตอบแทนได้กว่า 15% บนพื้นฐานจ่ายเงินปันผลในตลาดหุ้นไทยในอัตราค่อนข้างสม่ำเสมอราว 3% ต่อปี

ยิ่งไปกว่านั้น หากมองในมุมผลตอบแทนการลงทุนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ในปีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจนทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงแรง SET TR Index จะปรับลดลงน้อยกว่า SET Index และสามารถฟื้นกลับคืนสภาพได้เหนือกว่าในปีหลังเกิดวิกฤต สะท้อนว่าการลงทุนในหุ้นปันผลนั้นผันผวนน้อยกว่า SET Index

นักลงทุนหลายท่านอาจคิดว่า บริษัทที่จ่ายเงินปันผลสูงนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตค่อนข้างต่ำ และไม่ต้องการใช้เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการสักเท่าไร จึงสามารถนำกระแสเงินสดในการดำเนินงานมาจ่ายเป็นเงินปันผลได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายบริษัทสามารถจัดสรรเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นบนฐานกำไรสะสม (ROIC) ได้เหนือกว่าบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

พร้อมทั้งยังจ่ายเงินปันผลได้มากและอย่างต่อเนื่องได้ และยิ่งบริษัทไหนจ่ายเงินปันผลสุทธิได้เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับรายได้และกำไรที่เติบโต หุ้นของบริษัทเหล่านั้นก็จะถือเป็นหุ้นปันผลที่มีการเติบโต ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของนักลงทุน สามารถถือครองได้อย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างหุ้นปันผลที่มีการเติบโตเด่นชัด คือ หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ด้วยลักษณะธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ มีหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับต่ำ และมีความเสี่ยงต่ำเมื่อเผชิญวงจรเศรษฐกิจอันผันผวน จึงมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลได้สูง

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโต จากการเพิ่มกำลังการผลิตไปตามความต้องการใช้ไฟฟ้า จนเรียกว่ามีลักษณะเหมือนตราสารทุน คือมีความมั่นคงของเงินปันผล เปรียบได้กับอัตราดอกเบี้ยจากการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งค่อนข้างคงที่ พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นอีกด้วย

จาก MSCI Thai Utilities Index ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าไทยสูงขึ้นกว่า 125% และเมื่อรวมกับเงินปันผลโดยเฉลี่ยในระดับ 4.2% ต่อปี แล้วนำไปลงทุนต่อ จะทำให้ผลตอบแทนรวมสูงถึง 250% โดยใน 5 ปีหลัง หุ้นในกลุ่มยังมีเงินปันผลที่จ่ายจริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นอกจากนี้ หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอและมีการเติบโตดี ยังเป็นตัวสะท้อนการจัดสรรเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพและสุขภาพทางการเงินของบริษัทในอนาคต รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงของบริษัทในการลงทุนที่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้นระยะยาว

นอกจากการลงทุนในหุ้นปันผลโดยตรงแล้ว การลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสูงน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากจะช่วยสร้างคุณค่าผ่านการรับเงินปันผลของกองทุนรวมแล้ว และด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ผู้ลงทุนยังสามารถเป็นเจ้าของกิจการที่มีการจ่ายปันผลสูงและมีศักยภาพเติบโตดี ได้หลากหลายบริษัทในเวลาเดียวกัน รวมทั้งยังมีทีมงานมืออาชีพคอยหมั่นตรวจสอบผลการดำเนินงานในแต่ละกิจการ เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงต่อการลงทุนในระยะยาวอีกด้วย 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง