
ก.ค.สินทรัพย์เสี่ยงฟื้น
มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนวรรณ+กราฟขนาด3.25*5ภาพการลงทุนของเดือน ก.ค.นี้ คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินโลกที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงชะลอตัวลงทั้งในประเทศสหรัฐและยุโรป
มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนวรรณ+กราฟขนาด3.25*5
ภาพการลงทุนของเดือน ก.ค.นี้ คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินโลกที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงชะลอตัวลงทั้งในประเทศสหรัฐและยุโรป
สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย คาดว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นไทย Laggard ตลาดหุ้นอื่นอยู่มาก และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ทั้งความคืบหน้าโครงการลงทุน ภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตาม การ ปรับตัวขึ้นอาจจะเป็นไปอย่างจำกัด
เนื่องจากตลาดจะมีการเคลื่อนไหวเป็นลักษณะของการ Rotation ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาด ทั้งนี้โดยรวมมองว่าหากดัชนีมีการปรับตัวลดลงถือเป็นโอกาสในการสะสม สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทบทวนผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ใกล้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกลุ่มรับเหมาที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดประมูลโครงการลงทุนภาครัฐ
ตลาดตราสารหนี้ คาดว่า อัตราผลตอบแทนน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นในหลายๆ ประเทศ อาทิ ธนาคารกลางจีน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ที่เริ่มส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบหดตัว และจากการทยอยขายทำกำไรของนักลงทุนภายหลังจากที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงมามากแล้ว อย่างไรก็ดี จากการปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดลงอยู่ที่ 1.7% ในปีนี้ ทำให้มุมมองในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดดูจะไม่ร้อนแรงอย่างที่มีความกังวลกันก่อนหน้านี้
จากการคาดการณ์ดังกล่าว ทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของสหรัฐปรับตัวลง สะท้อนได้ว่า ถัดจากนี้ไปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้จะอยู่ในระดับไม่สูงมาก ขณะที่ยังคงคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศจะยังคงทรงตัวที่ระดับ 1.50%
ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ซึ่งยังมองกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันไม่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากมองว่าภาพรวมของปัจจัยแวดล้อมที่กดดันราคาน้ำมันช่วงนี้จะเป็นเรื่องปริมาณการผลิตที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่มที่ไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (Non-OPEC) และจากเชลออยล์ของประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ โดยปกติแล้วไตรมาส 3/2560 จะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมัน
อย่างไรก็ดี ในระยะนี้น้ำมันยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันจะผันผวนตามข่าวการรายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบ ขณะที่ทองคำระยะสั้นยังมีความเสี่ยงหากธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นกดดันราคาทองคำ
คำแนะนำด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของเดือนนี้ แนะนำให้ น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 25% หุ้นต่างประเทศ 30% โดยเน้นหุ้นยุโรปและตราสารหนี้ระยะสั้น 40% และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5%
กราฟที่ 1 SAA คือ พอร์ตการลงทุนแบบ Strategic Asset Allocation เป็นกลยุทธ์แนะนำการลงทุนในระยะยาว ขณะที่พอร์ต การลงทุนแบบ TAA คือพอร์ตการลงทุนแบบ Tactical Asset Allocation เป็นกลยุทธ์แนะนำการลงทุนในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือนถัดจากนี้







