posttoday
หอชมเมือง แลนด์มาร์คของใคร

หอชมเมือง แลนด์มาร์คของใคร

06 กรกฎาคม 2560

สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ การสร้างอาคารสูงหรือหอสูงเพื่อใช้เป็นที่ชมทัศนียภาพของเมือง ถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสร้างกันในเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศ ถ้าไม่มีหอชมเมืองก็จะเป็นอาคารสูงที่มองทัศนียภาพได้รอบอาคาร มองเห็นทั่วเมือง

สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ

การสร้างอาคารสูงหรือหอสูงเพื่อใช้เป็นที่ชมทัศนียภาพของเมือง ถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสร้างกันในเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศ ถ้าไม่มีหอชมเมืองก็จะเป็นอาคารสูงที่มองทัศนียภาพได้รอบอาคาร มองเห็นทั่วเมือง

บ้านเราก็ไม่น้อยหน้า กรุงเทพฯ กำลังจะมีหอชมเมือง โดย "มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" บนที่ดินราชพัสดุริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. อนุมัติให้ยกเว้นโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ เพื่อก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพฯ สามารถดำเนินการคัดเลือกเอกชนได้โดยไม่ใช้วิธีประมูลตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2559 ครม.มีมติเห็นชอบให้โครงการการก่อสร้างหอชมเมือง เป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาล

"สาเหตุที่โครงการนี้ไม่เปิดประมูล เนื่องจากจะทำให้มีความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อโครงการ และอาจจะไม่มีเอกชนรายใดสนใจดำเนินโครงการ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีรูปแบบการดำเนินการเชิงสังคม"

การสร้างหอชมเมืองให้เป็นแลนด์มาร์คนั้น เป็นสิ่งดีที่ควรสนับสนุน ไม่มีใครต่อต้าน ถ้าโปร่งใส เปิดเผยตรงไปตรงมา แต่หอชมเมืองนี้ดูลึกลับซับซ้อนและไปเกี่ยวข้องกับโครงการยักษ์ของเจ้าสัวใหญ่ การสร้างหอชมเมืองก็ดี การทำศูนย์การค้าก็ดี เป็นสิทธิที่เอกชนรายใดจะทำก็ได้ ถ้ามีเงินทำตามกฎหมาย ไม่มีใครคัดค้าน ศูนย์การค้าใหญ่ในบ้านเรามีเต็มบ้านเต็มเมืองก็ไม่มีใครไปคัดค้าน

หอชมเมืองที่จะเป็นแลนด์มาร์คของเมือง เท่าที่เห็นอยู่ในทำเลไปมาสะดวก บนถนนใจกลางเมือง เข้าออกง่าย ถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมือง แต่หอชมเมืองกรุงเทพฯ ที่ ครม.เคยเห็นชอบให้เป็น "โครงการตามนโยบายของรัฐบาล" สร้างแอบอยู่ในซอกซอยที่รถยนต์เข้าไม่ถึง แม้อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา จึงเกิดคำถามหลายคนอยากรู้ว่าเหมาะสมแล้วหรือ

บังเอิญเหลือเชื่อบริเวณจะสร้างหอชมเมืองนี้ อยู่ติดกับโครงการไอคอนสยามของเจ้าสัวซีพี ถ้าดูตามสภาพจะต้องเข้าทางโครงการของเจ้าสัวอย่างแน่นอน หอชมเมืองจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการไอคอนสยามไม่ต้องสงสัย จะมีใครเชื่อบ้างว่ามติ ครม.เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2559 จนถึง 27 มิ.ย. 2560 เป็นมติโปร่งใสตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์ประเทศชาติแท้จริง ใครจะเชื่อว่าเป็นมติที่ไม่มีเจ้าสัวใหญ่ๆ ผลักดันอยู่เบื้องหลัง

การเกิดโครงการไอคอนสยามแม้จะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อยู่ฝั่งธนบุรี มีการวิเคราะห์กันว่าศูนย์การค้านี้จะไปรอดและคุ้มหรือไม่ ถนนหน้าโครงการก็เล็ก การคมนาคมไม่สะดวก ขณะที่ฝั่งกรุงเทพฯ มีศูนย์การค้าใหญ่ๆ มากมาย เดินทางสะดวก ถนนใหญ่โตมีรถไฟฟ้าผ่าน

เจ้าของโครงการก็คงพอประเมินข้อด้อยได้ จึงต้องพยายามปิดจุดอ่อนด้วยการเสนอกรุงเทพมหานครสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทอง เชื่อมต่อกับสถานีกรุงธนบุรีของบีทีเอส โดยทราบมาว่าเสนอไปครั้งแรกจะให้ไปสิ้นสุดที่เขตคลองสาน เลยโครงการไปนิดเดียว แต่ทาง กทม.คงเห็นว่าน่าเกลียดเกินไป เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนอย่างชัดเจน จึงขอให้ไปสิ้นสุดที่วัดอนงคาราม เพื่อไม่ดูเจาะจงเพื่อเอกชน รถไฟโมโนเรลสายนี้ยังไม่แน่ว่าจะเกิดได้หรือไม่ เพราะชาวบ้านย่านเจริญนครคัดค้านอยู่ เพราะเห็นว่าถนนเล็กไม่เหมาะสร้างรถไฟฟ้า

เมื่อวิเคราะห์เชิงธุรกิจ โครงการยักษ์ใหญ่นี้จะต้องหาจุดขาย จึงเกิดหอชมเมืองในพื้นที่ 4 ไร่ โดยสร้างภาพให้มูลนิธิเป็นเจ้าของ จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพฯ ขึ้นเมื่อปี 2557 โดยชื่อผู้บริหารมูลนิธิช่วงแรก คือ คนของไอคอนสยามนั่นเอง แต่ต่อมาได้เปลี่ยนให้ดูแยกออกจากผู้บริหารของไอคอนสยามในปีถัดมา

การสร้างหอชมเมืองถ้าเอกชนลงทุนสร้างเองก็ย่อมได้ ก็เหมือนตึกสูงๆ เปิดให้คนขึ้นไปดูวิวซึ่งมีอยู่ทั่วโลก มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพฯ ที่มีสถานะเป็นเอกชนจึงย่อมมีสิทธิสร้างหอชมเมืองที่ไหนก็ได้ จะอยู่ในโครงการศูนย์การค้าหรือจะไปสร้างในตรอกซอกซอยที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ คือ ทำไมต้องเป็นมติของ ครม. ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วไม่น่าจะต้องผ่าน ครม.เลย ทำให้สงสัยกันว่า ครม.กำลังจะแปรสภาพเป็นตรายางให้กับเอกชน ประเด็นที่ ครม.พิจารณา คือ อนุมัติให้มูลนิธิฯ เป็นผู้สร้างโดยไม่ต้องประมูล เมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลก็อธิบายว่าการสร้างนั้น เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดรัฐบาลไม่ได้ลงทุน คำอธิบายอย่างนี้ยิ่งทำให้สับสนหนักไปอีก

ประการแรก มติ ครม.ไม่ได้อนุมัติเรื่องการเช่าที่ราชพัสดุ เท่ากับการเช่าที่ราชพัสดุไม่ต้องผ่าน ครม. โดยข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนั้น

ประการที่สอง เมื่อเอกชนเป็นผู้เช่าที่และลงทุนทั้งหมด รัฐบาลไม่ได้ลงทุนด้วย จึงเป็นการลงทุนของเอกชนฝ่ายเดียว ถ้าเป็นเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เป็นการร่วมทุน และไม่มีลักษณะเป็นกิจการของรัฐ และไม่ใช่รูปแบบสัมปทาน เป็นเพียงสัญญาเช่าธรรมดาเท่านั้น และเป็นการสร้างอาคารสูงทั่วไป ทำไมจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.

ประการที่สาม เหตุผลที่อ้างว่าอาจไม่มีเอกชนรายใดสนใจเข้าร่วมประมูลนั้น ฟังแล้วเกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียนยิ่งนัก น่าจะบอกกันตรงๆ เลยว่า ที่ดินแบบนี้ไม่มีสุนัขที่ไหนไปประมูลอย่างแน่นอน ยกเว้นไอคอนสยามเท่านั้น การแถลงข้อเท็จจริงจึงเป็นความพยายามสร้างภาพให้ดูดี

นึกไม่ถึงว่ารัฐบาล คสช.ที่เข้ามาปฏิรูปประเทศ วางรากฐานระบบบริหารราชการแผ่นดินให้โปร่งใส ยังถูกครอบงำโดยเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ได้ แล้วต่อไปหากเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ประเทศชาติจะเหลืออะไรให้ลูกหลาน นอกจากนี้ สถาปนิกกลุ่มหนึ่งยังให้ความเห็นว่า

แบบหอชมเมืองดันไปละม้ายคล้ายกับของกรุงโดฮาประเทศกาตาร์ (Torch Tower) ซึ่งไม่น่าจะไปเหมือนโดยบังเอิญ เจ้าสัวใหญ่กล้าลงทุนเป็นหมื่นๆ ล้าน น่าจะใจถึงๆ หน่อย ประกาศไปเลยว่า เป็นโครงการของไอคอนสยาม เช่าเอง สร้างเอง ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนไปอาศัยใบบุญของ คสช.

ส่วนที่ผู้คนรวมทั้งผมด้วยที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น ก็ไม่ได้อิจฉาตาร้อน ตรงกันข้ามกลับสนับสนุนให้ทำโดยเปิดเผยด้วย แต่ที่อึดอัด คือ การสร้างเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นการดูถูกชาวบ้าน คงคิดว่าทั้งหมดเป็นลูกค้า 7-11 ที่ไม่มีสมองจะคิดได้เอง จะแต่งนิยายน้ำเน่าอะไรก็ทำได้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท