
AGM2560-ภาคสนาม 5-เช็คเปล่า
หนึ่งในสี่วาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแสดงจุดยืนมาอย่างมั่นคงมาตลอด คือ
โดย...สิริพร
หนึ่งในสี่วาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยแสดงจุดยืนมาอย่างมั่นคงมาตลอด คือ การมีวาระเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (GM) ด้วยเหตุผล สั้น ง่าย ชัดตรงประเด็น คือ การกระทำที่ไม่ต่างจากการมอบเช็คเปล่า พร้อมใช้งาน ให้ผู้ถือ ในที่นี้ คือ ผู้บริหาร ไปขึ้นเงินได้ทันที โดยไม่ต้องบอกว่าจะนำเงินไปทำอะไร แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีเกณฑ์กำหนดไว้ว่าสามารถทำได้ก็ตาม
สาระสำคัญของเกณฑ์การเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป หรือ GM ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2554 ระบุประโยชน์ไว้ว่า เพื่อช่วยให้บริษัทจดทะเบียนลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่ายและลดระยะเวลา และเพิ่มทางเลือกในการเพิ่มทุน ทำธุรกิจคล่องตัว หมายถึงมีเงินทุนอยู่ในมือ พร้อมรอการตัดสินใจในยุคของการแข่งขันเสรี ที่มีการแข่งขันสูง ที่สมยุค ปลาไวกินปลาช้า ที่พัฒนาข้ามสายพันธุ์จากปลาใหญ่กินปลาเล็ก
เพื่อเป็นการสมดุล ดูแลทางฝั่งของผู้ถือหุ้น ที่จะได้รับผลตอบแทน และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเพียงพอ การเพิ่มทุนแบบ GM จึงมีกรอบเงื่อนไขการเพิ่มทุน กำกับเรื่องจำนวนสัดส่วนไว้ว่า ต้องไม่เกิน 30% ของทุนจดทะเบียน แบ่งเป็นการขายหุ้นเพิ่มทุน แบบเจาะจงเฉพาะกลุ่ม ไม่เกิน 10% และขายบุคคลทั่วไป ไม่เกิน 20% กำหนดราคาขายไม่ต่ำกว่า 10% ของราคาตลาด ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีระยะเวลาของการเพิ่มทุนแบบนี้ภายในหนึ่งปี หากเลยกำหนดเวลา ให้ถือว่าหมดเวลาในการขอมติเพิ่มทุนแบบนี้ทันที
ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนใดมีการเพิ่มแบบ GM หลังระดมทุนผ่านไปแล้ว ต้องมีการรายงานการใช้เงินทุนนั้นตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วย
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยมีหมวก 2 ใบ ใน 2 สถานะที่ใช้ทำงาน ทั้งในฐานะของผู้ถือหุ้น (ถือหุ้นในทุกบริษัทจดทะเบียน เพื่อได้รับสิทธิในการเข้าร่วมประชุม มิใช่เพื่อการลงทุนแต่ประการใด) และในฐานะของการเป็นองค์กรตัวแทนผู้ถือหุ้นรายบุคคล มติคณะกรรมการสมาคมจึงชัดเจนว่า การเพิ่มทุนแบบ GM เป็นการเข้าข่ายที่บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล ไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดการใช้เงินเพิ่มทุน ที่ระดมทุนไปจากผู้ถือหุ้น ดังนั้นสมาคมจึงมีจุดยืนในการลงมติ “ไม่เห็นด้วย” หรือ “โหวตโน” ในกรณีนี้
เพื่อเป็นการพูดคุยกันเชิงสร้างสรรค์ ทีมเฉพาะกิจ จิตอาสาของชมรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น จึงทำการสืบค้นข้อมูลเรื่องการเพิ่มทุนแบบ GM ย้อนเวลากลับไป 7 ปีที่ผ่านมา คือ ตั้งแต่ปี 2554-2560 พบข้อมูลที่น่าสนใจ ขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้
1.มีการเพิ่มทุนแบบ GM จำนวน 55 ครั้ง ใน 37 บริษัทจดทะเบียน รวม 68,395 ล้านบาท
2.ในจำนวน 37 บริษัทจดทะเบียน ประกอบด้วย บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 28 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 9 แห่ง
3.ไม่พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET 50 หรือ SET 100 ในวิธีการแบบทุนแบบ GM เลย
4.บริษัทจดทะเบียนที่มีการเพิ่มทุนแบบ GM มากที่สุด จำนวน 4 ครั้ง ในรอบ 7 ปี เป็นเงินราว 700 ล้านบาท
5.กลุ่มอุตสาหกรรมที่นิยมเพิ่มทุนแบบ GM คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 11 บริษัท
6.มี 19 บริษัทจดทะเบียน ที่มีผลการดำเนินการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
7.การเปิดเผยข้อมูลหลังการเพิ่มทุนแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการใช้เงินเพิ่มทุน เพื่อการชำระหนี้ เพื่อเป็นเงินหมุนเวียน เพื่อขยายกิจการ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้พบว่า ยังเกิดประโยชน์กับบางบริษัทจดทะเบียน ที่สามารถนำเม็ดเงินเพิ่มทุนแบบ GM มาพลิกฟื้นฟูกิจการ จนกลายเป็นหุ้นน่าลงทุนได้อย่างฉมัง แบบนี้น่าชื่นชม เป็นมุมดีๆ สำหรับผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นสบายใจเชียวแหละ
ส่วนในปี 2560 มีสถิติ พบข้อมูลว่า มีบริษัทจดทะเบียน 8 แห่ง ที่ขอมติผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนแบบ GM ในวงเงินรวม ราว2,439 ล้านบาท แถมยังมีอีกบางแห่งขอเรียกประชุมวิสามัญ หลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นผ่านพ้นไปแล้วเพียง 3 สัปดาห์ โดยมีวาระโดดๆ คือ การเพิ่มทุนแบบ GM---แบบนี้ต้องตามไปดู
การเพิ่มทุนแบบ GM จึงเป็นการตอกย้ำ ยืนยัน ให้สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยปักหมุด ยืนเสียงการลงมติ “ไม่เห็นด้วย” เมื่อปรากฏในวาระการเชิญประชุม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสามัญ หรือวิสามัญ เพราะมองรูปการณ์ในหมวกของผู้ถือหุ้นแล้ว จัดกลุ่มว่าเป็นการมอบ “เช็คเปล่า” ที่ไม่ระบุรายละเอียดใดๆ เลย ส่งมอบให้คณะกรรมการของบริษัทแบบเบ็ดเสร็จ แล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร เป็นอันรู้กันว่า ขมขื่นใจเพียงใด
การมีวิสัยทัศน์ การกำหนดทิศทางของผู้บริหาร มีความสำคัญ เป็นหัวใจขององค์กร ที่ผู้ถือหุ้นให้ความไว้วางใจ หากมีใจเป็นอื่น ย่อมมองเป็นอื่นเช่นกัน







