
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
ระหว่างรอผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่จะเริ่มรายงานจริงจังในสัปดาห์หน้า (พุธนี้น่าจะมีบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
ระหว่างรอผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่จะเริ่มรายงานจริงจังในสัปดาห์หน้า (พุธนี้น่าจะมีบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เพียงบริษัทเดียวที่ประกาศผลประกอบการดีไม่มีปัญหา) สัปดาห์นี้ขอข้ามกลุ่มไปหาที่อยู่อาศัยที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2560 จะออกมาสดใส คือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) โดย FSS คาดว่ากำไรจะทำได้ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ไตรมาสแรกและ 174% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับโอนโครงการมากขึ้น แนวโน้มรายได้และกำไรจะยิ่งเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโดหรู Park 24 ที่ซื้อมาจากพราวด์เรสซิเดนซ์
สำหรับการเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดีและจะช่วยเพิ่มงานในมือที่มีอยู่ 1.4 หมื่นล้านบาทได้อีก การประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องเพิ่มทุน คาดว่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี ยังคงปรับประมาณการกำไรปี 2560 โตก้าวกระโดด 160% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 74.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นยังแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 16 บาท
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 สดใส เพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 173.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการมากขึ้นคือ ไนท์บริดจ์ สกายซิตี้ สะพานใหม่, พอส สุขุมวิท 103 และน็อตติ้งฮิลล์ เจริญกรุง แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้ที่เติบโตสูง และการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นได้เป็นอย่างดี ทำให้ค่าการตลาดไม่ส่งผลลบต่องบการเงินของบริษัท
หากเป็นไปตามคาด กำไรในครึ่งแรกปีนี้ของ ORI จะเป็น 371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นเพียง 22% ของประมาณการทั้งปี แต่ไม่น่าห่วงเพราะงานในมือที่มีในปัจจุบัน 1.4 หมื่นล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่องไปอีก 3 ปี
ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมา (Kensington เทพารักษ์, Notting Hill รัตนาธิเบศร์ เป็นต้น) ได้รับผลตอบรับดี จะเข้ามาเพิ่มงานในมืออีกไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับคอนโดหรู Park 24 ที่ซื้อมาจากพราวด์เรสซิเดนซ์ที่จะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 4 ประมาณ 3,000 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้
คงประมาณการกำไรในปีนี้ที่ 1,660 ล้านบาท (รวม Park 24) โตก้าวกระโดด 160% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ORI จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 12 ก.ค. เรื่องเพิ่มทุนโดยเฉพาะเจาะจง (พีพี) 81.2 ล้านหุ้น (5% ของทุนจดทะเบียนหลังเพิ่มทุน) ที่ราคา 12.3157 บาท/หุ้น ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นของพราวด์เรสซิเดนซ์
คาดว่าการเพิ่มทุนจะประสบความสำเร็จ (ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นราคาซื้อขายมีความเหมาะสม) EPS มีราคาลดลงเพียงเล็กน้อยทำให้ยังโต 74.5% และคาดโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% Y-Y ปัจจุบันมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 14.4 เท่า จะลดเหลือเพียง 9.5 เท่าปีหน้า ยังแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 16 บาท (พี/อี 16 เท่า)







