
ความแตกต่าง
มาเยือนมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิศวกรรมของออสเตรีย คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งกราซ (Graz University of Technology)
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
มาเยือนมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิศวกรรมของออสเตรีย คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งกราซ (Graz University of Technology) นอกจากเพื่อติดตามผลงานของลูกศิษย์ปริญญาเอก ที่มาทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้ว ยังมาเรียนรู้เรื่องการจัดการมหาวิทยาลัยและงานวิจัย ที่ก้าวล้ำนำหน้ากว่าประเทศไทยของเราหลายช่วงตัว เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องงบประมาณ แต่รัฐและเอกชนที่นี่ยังตระหนักถึงความจำเป็นของการทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงลงทุนกับมหาวิทยาลัยด้วยความสมัครใจ เพื่อแก้ปัญหาทางอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราเหลือเกิน ที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดคิดว่า งานวิจัยไทยมัก “ขึ้นหิ้ง” แต่ที่จริงแล้ว งานวิจัย คือ การสร้างองค์ความรู้ ทำเรื่องอะไรหากทำได้ลึกซึ้ง ก็ถือว่ามีประโยชน์ที่สุดในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่งานวิจัยไทยมักถูกโดดเดี่ยว ซึ่งหากรัฐและเอกชนไทยยื่นมือเข้ามาร่วมกันอย่างจริงจังกว่านี้ นวัตกรรมที่จับต้องได้ก็จะเกิดขึ้นแน่นอน ดังเช่นที่ออสเตรียและประเทศชั้นนำอื่นๆ ทั่วโลก
นอกจากเห็นความแตกต่างเรื่อง ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแล้ว มาเยือนออสเตรียครั้งนี้ ก็แตกต่างกว่าทุกครั้ง เพราะปกติเมื่อมาประชุมหรือมาท่องเที่ยว ก็จะใช้บริการรถไฟหรือรถทัวร์ แต่คราวนี้ผมเช่ารถขับจากกรุงเวียนนา สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนขณะที่ขับรถบนทางหลวง หรือออโต้บาห์น (Autobahn) ว่าแตกต่างกับที่เมืองไทยมาก คือ ถนนทางหลวงที่นี่ขับสบายมาก ถนนเรียบสนิท แม้ต้องก่อสร้างในเขตหนาวเย็นที่มีปัญหาเรื่องหิมะ ซึ่งทำให้เกิดการแตกหรือทรุดตัวของถนนได้ง่าย ทางโค้งก็สัมผัสได้ถึงความปลอดภัย แม้ขับรถด้วยความเร็วสูง และต้องลัดเลาะตามเทือกเขา ผมยังได้ขับรถลอดอุโมงค์ถนนที่ยาวที่สุดในออสเตรีย คือ เส้นทางหลวง A9 ที่เจาะทะลุเทือกเขาแอลป์ยาวกว่าสิบกว่ากิโลเมตร จนทึ่งกับความสามารถของวิศวกรชาวออสเตรีย ทำให้ย้อนคิดถึงว่า ทำไมเมืองไทยถึงทำไม่ได้อย่างนี้ อย่าเพิ่งไปพูดถึงรถไฟความเร็วสูงเลย แค่ถนนทำไมเรายังทำไม่เรียบ เทียบเท่ากับยุโรปหรือแม้แต่กับจีนในปัจจุบัน
ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่เก่ง แต่ปัญหานี้ทำให้ต้องย้อนกลับมาถึงเรื่องความร่วมมือทำวิจัยของมหาวิทยาลัยกับรัฐและเอกชน เช่น กรณีของการก่อสร้างสนามบิน ถนน อุโมงค์ และทางรถไฟ ทุกฝ่ายในออสเตรียจะลงทุนกับงานวิจัยเพื่อให้ได้มาตรฐานการก่อสร้างที่ดีที่สุดของประเทศ เพราะเมื่อมีการก่อสร้างต่อไปอีก ก็จะรู้ว่าปัญหาคืออะไร ทำแบบไหนถึงจะปลอดภัย ลดต้นทุน ได้คุณภาพสูงสุด ไม่ต้องมาแก้ไขภายหลังไม่ต้องลองผิดลองถูกกันไปเรื่อยๆ
ขณะที่ประเทศไทยแม้จะสร้างมากี่โครงการ จะลงทุนกี่แสนล้าน เราก็มักเจอกับความผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เกิดจากความไม่รู้ และจากความประมาท เพราะไม่เข้าใจงานอย่างถ่องแท้ เพราะไม่มีตำรา ไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากไม่มีกระบวนการวิจัยเลย นี่คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด
ประเทศเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้ด้วยการมีมาตรฐาน มีงานวิจัยของเราเอง วันนี้หากเรายังละเลย หรือไม่เคยจะเรียนรู้อย่างเป็นระบบ การจะก้าวขึ้นเป็นประเทศพัฒนาได้อย่างไร การเริ่มต้นทำได้โดยที่รัฐบาลต้องชี้นำ และต้องวางเป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์ให้ทั้งหน่วยงาน เจ้าของโครงการ และเอกชนผู้รับจ้าง ต้องจัดทำมาตรฐานการทำงาน
ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะงบประมาณในแต่ละโครงการสามารถจัดแบ่งเป็นงบลงทุนเพื่อการวิจัย และเพื่อสร้างมาตรฐานได้อยู่แล้ว หากลงทุนทำกันวันนี้ ต้นทุนจะได้คืนในอนาคต เพราะไทยจะเรียนรู้และพึ่งพาตนเองได้ มูลค่าการก่อสร้างก็จะประหยัดขึ้น ขณะที่คุณภาพก็จะสูงขึ้นด้วย







