
ตลาดจับตามองการให้ความเห็น ต่อสภาของเยลเลน
สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.20 ในอาทิตย์นี้
โดย...วรดา ตันติสุนทร ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.20 ในอาทิตย์นี้ โดยในสัปดาห์นี้ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การให้ความเห็นของ เจเน็ต เยลเลน ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ โดยจะเป็นการรายงานการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน ทั้งนี้ตลาดจะรอดูมุมมองของเยลเลนที่มีต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ และการดำเนินนโยบายการเงินต่อไปในปีนี้ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐ จะมีการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวในไตรมาสแรกและตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มิ.ย. อีกทั้ง Beige Book ของเฟดที่จะรายงานมุมมองของสมาชิกเฟดที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ยังมีการให้ความเห็นของสมาชิกเฟดหลายท่าน เช่น Lael Brainard และ Robert Kaplan สำหรับตัวเลขสำคัญของประเทศอื่นได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของจีน และผลผลิตอุตสาหกรรมของทางยูโรโซน อีกทั้งการประชุมนโยบายการเงินของทางเกาหลีใต้
ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดที่ระดับ 33.91 และค่อยๆ ปรับอ่อนค่าลงเป็นสำคัญ หลังจากที่ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งออกมาให้มุมมองต่อการลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะจากฝั่งยุโรปและอังกฤษที่มีมุมมองที่ Hawkish ขึ้นต่อการดำเนินนโยบายการเงิน ส่งผลให้เริ่มมีเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่เอเชียกลับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว สำหรับในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทค่อยปรับอ่อนค่าลง โดยประเด็นสำคัญในช่วงต้นสัปดาห์มาจากเรื่องความเสี่ยงเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ หลังจากที่ทางเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามทวีปสำเร็จ ทำให้ตลาดอยู่ใน Risk-off โหมด สำหรับในช่วงกลางสัปดาห์ทางเฟดได้มีการรายงานการประชุมเดือน มิ.ย. ที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นและพูดเรื่องแผนการลดสินทรัพย์ลง โดยในรายงานการประชุมรอบนี้ เฟดได้แสดงความกังวลมากขึ้นต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่ชะลอลงมา นอกจากนี้เฟดเองก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะมีการเริ่มประกาศการลดสินทรัพย์กว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐลงเมื่อไหร่ ด้านไทยเองนั้นมีการประชุมนโยบายการเงิน โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 1.5% โดยมีมุมมองต่อเศรษฐกิจดีขึ้นแต่ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อสำหรับปีนี้ลง ทั้งนี้เงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ 34.07 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 112.12 โดยซื้อขายในกรอบที่กว้างในวันแรก เนื่องจากความเสี่ยงเรื่องการเมืองระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ทางเกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามประเทศได้สำเร็จ โดยเป็นการยิงขีปนาวุธระยะไกลและยิงในวันชาติของอเมริกา สร้างความกังวลให้กับตลาดอีกครั้ง และทำให้ตลาดกลับเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยกดดันค่าเงินเยน โดยในวันแรกของสัปดาห์เงินเยนซื้อขายในกรอบที่ 111.92-113.47 ในช่วงกลางและท้ายสัปดาห์เงินเยนเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว โดยปัจจัยอีกเรื่องที่กดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลงมาในสัปดาห์นี้ คือการเลือกตั้งของโตเกียวที่พรรคของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แพ้การเลือกตั้งไป สะท้อนให้เห็นว่าความนิยมของพรรครัฐบาลเริ่มลดลง ทั้งนี้เงินเยนอ่อนค่ามาปิดสัปดาห์ที่ 113.68 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1418 โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาได้เล็กน้อย แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์เงินยูโรกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากที่ทางอีซีบีได้ออกรายงานการประชุมนโยบายการเงินเดือน มิ.ย. โดยรายงานการประชุมของทางอีซีบีชี้ให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายต้องการลดการผ่อนคลายในระดับปัจจุบันลง โดยมองว่าโอกาสในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มขึ้นผ่านการเข้าซื้อสินทรัพย์ได้ โปรแกรม QE มีความจำเป็นน้อยลง เนื่องจากว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาก่อนหน้าต่างชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยูโรโซนกำลังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 57.47 สูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2011 อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้โอกาสที่ทางอีซีบีจะหยุดใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและส่งสัญญาณค่อนข้าง Hawkish มากขึ้นต่อนโยบายการเงิน ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาปิดตลาดที่ 1.1412 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)







