
เกษตรฯเผยผลงาน3ปีปฏิรูปภาคเกษตร-ยกระดับรายได้
กระทรวงเกษตรฯเผยแพร่คลิปวิดีโอแถลงผลงานรอบ 3 ปี เดินหน้าปฏิรูปภาคเกษตรและยกระดับรายได้เกษตรกร
กระทรวงเกษตรฯเผยแพร่คลิปวิดีโอแถลงผลงานรอบ 3 ปี เดินหน้าปฏิรูปภาคเกษตรและยกระดับรายได้เกษตรกร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอการแถลงผลงานของกระทรวงในรอบ 3 ปี โดยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้
ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 3 ปี ให้ความสำคัญการปฎิรูปภาคเกษตรในพื้นที่กว่า 149 ล้านไร่ พัฒนาเกษตรกร 6 ล้านครัวเรือน แตกต่างจากรัฐบาลก่อน เน้นการทำงานบูรณาการอย่างโปร่งใส เป้าหมายสำคัญคือยกระดับเกษตรกรมีรายได้ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตในภาพรวมและพัฒนาสินค่าเกษตร มาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการส่งออก
การทำงานที่ผ่านมาทำให้ปี2558 จีดีพี ภาคเกษตรขยายตัวอย่างต่อเนื่องถึง 5.67 % และในปี 2560 แค่ ไตรมาสแรกขยายตัว 7.74% นับว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี
ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 การส่งออกภาคการเกษตรมีมูลค่าสูงถึง 433,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5 %จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วส่งผลเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม 1,000-2,000 บาทต่อไร่ต่อปี ในพื้นที่ 8 ล้านไร่ สินค้าเกษตรมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับส่งออกได้มากขึ้น โดยใน 5 ปีข้างหน้า จะขยายผลดำเนินการไปถึง 35 ล้านไร่ สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วางระบบเกษตรให้ใช้ต้นทุนต่ำผลผลิตสูงและมีคุณภาพ ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
การปฎิรูปภาคเกษตรได้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจัดทำแผนที่เกษตร ผ่านระระบบแอพพิเคชั่นออนไลน์ พบว่ามีการปลูกพืชไม่เหมาะสมกับดินในแต่ละจังหวัดถึง 16.67 ล้านไร่ จึงมีนโยบายปรับการปลูกพืช โดยเกษตรกรสมัครใจ ปรับเปลี่ยน 46,404 ไร่ สร้างรายได้เพิ่ม 1,000-2,000 บาทต่อไร่ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต(ศพก.)อำเภอละ 1 ศูนย์ รวม 882 ศูนย์ ขยายผลเป็นเครือข่าย ศพก.ทั่วประเทศอีก 8,219 ศูนย์ย่อย ถ่ายทอดความรู้ ส่งผลเกษตรกรได้ความรู้ 357,255 ราย มีการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ 2,138 แปลง รวมพื้นที่ 3.10 ล้านไร่ เกษตรกรเข้าร่วม 225,010 ราย จำนวน 67 สินค้า โดยใช้เครื่องจักรกลร่วมกันได้ ยกระดับเป็นสินค้าปลอดภัย (จีเอพี ) มีคุณภาพปลอดภัย ตลาดต้องการ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมินผลว่าผลจากส่งเสริมแปลงใหญ่ เกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้น 992-1,565 บาทต่อไร่ รวม 4,864ล้านบาทต่อปี
นอกจากนั้นได้เริ่มโครงการโคบาลบูรพา จ.สระแก้ว ปรับเปลี่ยนจากปลุกข้าวในพื้นที่แล้ง 100,000 ไร่ ไปเลี้ยงโคเนื้อ 30,000 ตัว และธนาคารแพะ 3,200 ตัว เกษตรกรจะมีรายได้กว่า 60,000 บาทต่อปี ดีกว่าปลูกข้าว มีโครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ดำเนินการโดยภาครัฐ เดิม 85,969 ไร่ เพิ่มอีก 23,071 ไร่ เป็น 109,040 ไร่ เพิ่มเป็น26.8 %ภายในครึ่งปี เนื่องจากตลาดต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์จึงมีราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปถึง10-20% รวมทั้งส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ให้แก่เกษตรกร 63,000 ราย ใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุดลดรายจ่าย ในส่วนที่ทำการเกษตรผสมผสานเกษตรกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากพืชรายวัน 300-500 บาทต่อวันต่อราย
ด้านการชลประทาน ได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบกระจายน้ำ ปี2557-60 ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ฝาย สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และอื่นๆ รวม 76,081 แห่ง เพิ่มปริมาณน้ำได้ 1,526 ล้านลบ.ม.พื้นที่ทำการเกษตรเพิ่ม 5.18 ล้านไร่ ทำผลงานได้มากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาถึง 6 เท่า เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเฉลี่ย2,750บาทต่อไร่ต่อปี
นอกจากนั้นได้เสนอให้มีการออกมาตรา44 ยึดคืนที่ส.ป.ก.ที่ผิดกฎหมายกว่า 300,000 ไร่ จัดสรรให้เกษตรกร 250,000 ไร่ ในส่วนการยกระดับสหกรณ์ ยุบเลิกสหกรณ์ที่มีปัญหา ลดความเสี่ยงในการทุจริต สร้างความเชื่อมั่นให้สหกรณ์ 6,225 แห่ง สมาชิก 11.44 ล้านคน ปริมาณธุรกิจ 2,011,675 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออม 681,178 ล้านบาท







