
โอกาสที่เกิดจาก ความเสี่ยง
หลายๆ คนมักจะกลัวความไม่แน่นอนของสภาวะต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน ผมมักจะได้รับคำถามจากคนทั่วไปว่า
โดย...กริช อึ้งวิทูรสถิตย์
หลายๆ คนมักจะกลัวความไม่แน่นอนของสภาวะต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน ผมมักจะได้รับคำถามจากคนทั่วไปว่า ไปค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านอินโดจีน (เมื่อก่อนเขายังไม่มี CLMV เขาจึงเรียกประเทศ
อินโดจีน) ไม่กลัวภัยสงครามบ้างเหรอ
บางครั้งช่วงที่ผมอยู่กัมพูชา ก็จะมีคนถามว่า เขารบกันอยู่คุณกริชไม่กลัวลูกหลงบ้างเหรอ ฯลฯ ผมต้องบอกว่า ที่ไหนมีความเสี่ยง ที่นั่นย่อมมีโอกาสครับ โอกาสมักจะมีสำหรับผู้กล้าเสมอ ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็อย่าหวังว่าจะได้ลูกเสือครับ ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา
ในช่วงยุคโดนประเทศตะวันตกบอยคอต ต้องบอกว่าก็ยังมีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาแสวงหาความหวังและความร่ำรวยที่นี่ ในยุคแรกๆ บริษัทยักษ์ใหญ่บางบริษัทเขาก็เข้ามาแล้วครับ ไม่ใช่เฉพาะบริษัทเล็กๆ อย่างบริษัทสากลธุรกิจ เลิศรวมมิตร ของผมหรอกครับ เพียงแต่บริษัทใหญ่ๆ เหล่านั้น เขาเข้ามาด้วยเงินทุนที่พร้อมกว่า และกำลังคนที่ส่งเข้ามาก็มากกว่าผมเสียอีกครับ ของผมมันจิ๊บๆ
ทั้งนี้ ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ไม่กลัวตาย กล้าเข้าทุกซอกทุกมุมของประเทศเท่านั้นเอง และอีกอย่างคือการทำตลาดที่ถึงลูกถึงคน ไม่เกรงกลัวความลำบาก ทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้ครับ แน่นอนครับนอกจากนี้ต้องมีผู้ใหญ่ที่ท่านเมตตาคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังด้วย ตัวผมเองยอมรับว่าผมมีบุญอย่างใหญ่หลวงครับ ที่มีผู้ใหญ่ท่านให้ความเชื่อมั่น และให้ความส่งเสริมผมมาตลอด
มีหลายท่านที่ผมคอยสั่งสอนลูกๆ ว่าอย่าลืมบุญคุณที่ท่านเหล่านั้นให้มาโดยเด็ดขาดครับ ไม่ว่าจะเป็นป๋าเฉลียว และคุณภาวนา จากบริษัท กระทิงแดง คุณสุวัฒน์ อุดมบัณฑิตกุล และ ดร.บุญประเสริฐ จากบริษัท รอแยลฟู้ดส์ ผู้ผลิตปลากระป๋องตราสามแม่ครัว ท่านเหล่านั้นล้วนแต่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอดครับ
ในช่วงที่มาบุกตลาดเมียนมาใหม่ๆ ผมได้นำเอาเครื่องดื่มกระทิงแดงเข้ามาทำตลาด โดยช่องทางการนำเข้าจากชายแดน ต่อจากนั้นเราจึงเข้ามาเปิดตลาดในมหานครย่างกุ้ง โดยการเข้ามาเปิดร้านขายส่งเล็กๆ ขนาด 6 เมตรคูณ 4 เมตร ในตลาดยองบินเลเซ ใกล้ๆ ไชน่าทาวน์ ครับ
โดยผมนำทีมมาอีก 3 คน มีผู้หญิง 2 คน คือน้องยอดกับน้องใหม่ เสียดายที่ผมจำชื่อจริงไม่ได้ทั้งคู่ และผู้ชายหนึ่งคนผมจำชื่อไม่ได้แล้วเพราะเขามาอยู่กับผมไม่นาน เรามาเช่าห้องอพาร์ตเมนต์อยู่บนชั้น 6 ของอาคารหลังหนึ่งที่บาโฮซี เราทั้ง 4 คน เริ่มบุกเบิกตั้งร้านค้าในตลาดมาด้วยกันครับ ไม่ค่อยกล้าจ้างแรงงานเมียนมามาก
ผมได้เรียนเชิญชวนคุณสุวัฒน์มาเที่ยวดูตลาดที่ย่างกุ้งด้วย พอท่านมาเห็นผมทำการค้าที่นี่ ท่านทุ่มให้ผมเลยครับ อยากได้อะไรบอกมา ท่านจัดการให้หมด ทั้งสินค้าทั้งโปรโมชั่น แถมให้เครดิตเทอมกับผมอย่างที่ไม่มีใครกล้าให้เลยครับ ผมจึงจำได้ไปจนวันตายเลยครับ
ในยุคนั้นตลาดยังไม่สมบูรณ์มาก การแข่งขันยังมีไม่มาก การทำตลาดจึงไม่ยากเหมือนปัจจุบัน โมเดิร์นเทรดก็ยังไม่มี ห้างสรรพสินค้ายังไม่เกิด ชาวบ้านค้าขายกันลักษณะร้านโชห่วยทั่วๆ ไปครับ เราจึงค้าขายแบบสบายๆ ชิวๆ กลางวันขายของเสร็จ กลางคืนก็ไม่มีอะไรทำแล้วครับ เพราะที่ถนนจะมืดสนิท ไฟฟ้ามีไม่เพียงพอ







