
เลิกปล่อยสินเชื่อตลาดสด
‘เงินติดล้อ’ปรับแผนหลังขาดทุน สู้เงินกู้นอกระบบไม่ไหว หันมาขายเบี้ยประกันเพิ่ม
‘เงินติดล้อ’ปรับแผนหลังขาดทุน สู้เงินกู้นอกระบบไม่ไหว หันมาขายเบี้ยประกันเพิ่ม
โพสต์ทูเดย์ - เงินติดล้อถอดใจเลิกทำสินเชื่อตลาดสด เบนเข็มขายเบี้ยประกันเพิ่ม หวังอนาคตมีสัดส่วนเพิ่ม 50%
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้หยุดให้บริการสินเชื่อตลาดสดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผ่าน มา เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนหลังจากที่เปิดให้บริการมาได้ 5 ปี
“เราเคยมีลูกหนี้สินเชื่อตลาดสดรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 100 ล้านบาท แต่ก็ขาดทุนมาโดยตลอด เนื่องจากต้นทุนเราสูงกว่าเจ้าหนี้นอกระบบ เพราะพนักงานเราต้องออกไปเก็บเงินกับลูกค้าทุกวัน ในขณะที่เจ้าหนี้นอกระบบคิดดอกเบี้ยสูงกว่าเรามาก จึงทำให้เราตัดสินใจยุติโครงการไปดีกว่า” นายปิยะศักดิ์ กล่าว
ด้านผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) บริษัทปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 7,200 ล้านบาท เติบโตถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นคาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดสินเชื่อใหม่ได้ 1.8 หมื่นล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทยังเน้นขยายตลาดสินเชื่อประกันภัยมากขึ้น โดยเฉพาะประกันภัย พ.ร.บ.ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจตั้งเป้าขายเบี้ยปีนี้ให้ได้ 700 ล้านบาท โดยช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ขายเบี้ยได้แล้ว 240 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ทำเบี้ยได้ 410 ล้านบาท
สำหรับการตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะมีสัดส่วนรายได้ระหว่างดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อและการขายสินค้าประกันอย่างละ 50% จากปัจจุบันที่มีรายได้จากดอกเบี้ย 95% และประกัน 5%
“สิ่งที่เราจะทำให้ในปีนี้ คือ ให้ลูกค้ามาผ่อนเบี้ยประกันกับเราได้นานสุดถึง 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงเราและสินค้าประกันมากขึ้น เพราะลูกค้าเราไม่ได้มีบัตรเครดิตทุกคน แต่เขาก็อยากมีประกันไว้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกค้าผ่อนค่าเบี้ยผ่านบัตรเครดิตเพียง 40 รายเท่านั้น” นายปิยะศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันอยู่ 15 แห่ง มีสัดส่วนเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุด 70% รองลงมาเป็นประกันรถยนต์ชั้น 2 และชั้น 3 เน้นขายผ่านสาขาและขายผ่านโทรศัพท์เป็นหลัก มีอัตราการต่ออายุมากถึง 50% สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ายังมีความต้องการทำประกันอยู่ เพียงแต่ขาดเงินสด
สำหรับประกันพีเอที่แถมคู่ไปกับสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์นั้นยังมีนโยบายแถมต่อไป เนื่องจากเห็นโอกาสจากเบี้ยต่ออายุในปีที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเบี้ยต่ออายุประกันพีเอถึง 30% และมีลูกค้าซื้อความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 50%







