posttoday
กลุ่มนิคม‘น้อยกว่าตลาด’

กลุ่มนิคม‘น้อยกว่าตลาด’

08 กรกฎาคม 2560

บล.เอเซียพลัสมองอีอีซีส่งผลดีต่อยอดขายระยะยาว ดีบีเอสชี้เป็นบวก3กลุ่ม

บล.เอเซียพลัสมองอีอีซีส่งผลดีต่อยอดขายระยะยาว ดีบีเอสชี้เป็นบวก3กลุ่ม

โพสต์ทูเดย์ - บล.เอเซีย พลัส คงหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม “น้อยกว่าตลาด” เร่งขับเคลื่อนอีอีซี เป็นผลดีระยะยาว ดีบีเอสชี้ผลดีหุ้น 3 กลุ่ม

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว เนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะเริ่มเห็นโครงการดังกล่าวเข้าสู่ช่วงประมูลได้อย่างช้าคือต้นปี 2561

โดยฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่าการยกระดับกฎหมายร่วมทุนในอีอีซีไปเป็นมาตรฐานสากลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนภายในประเทศและนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนสอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลที่กำลังพยายามเจรจาชักชวนให้บริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุน เช่น โบอิ้ง แอร์บัส และ อาลีบาบา เป็นต้น

สำหรับหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมภายใต้การวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากอีอีซี ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสม 3.6 บาท/หุ้น และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) แนะนำให้โยกลงทุน โดยให้ราคาเหมาะสม 17.5 บาท/หุ้น ซึ่งต่างมีที่ดินอยู่ในพื้นที่อีอีซี 1 หมื่นไร่ และ 1.4 หมื่นไร่ ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส จะเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเร่งขับเคลื่อนโครงการอีอีซี รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentive) ที่เพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาลงทุน แต่เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อยอดจองที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น ขณะที่ยอดขายในระยะสั้น ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่เด่นชัดมากนัก

“คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมน้อยกว่าตลาดต่อไปก่อน” บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุ

สำหรับหุ้นโดดเด่นเลือก WHA เนื่องจากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ จะเติบโตโดดเด่นจากไตรมาสแรก ตามแผนการโอนที่ดินนิคมอุตสาหกรรมรับรู้รายได้มากราว 500 ไร่ ส่วนภาพรวมคาดว่ากำไรปี 2560 เติบโต 5.5% จากปีก่อน เป็น 3,060 ล้านบาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส  มองว่ากรณีรัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการอีอีซี  ล่าสุดบอร์ดอนุมัติ 4 โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานเข้ากระบวนการอีอีซีแทร็ค ใช้เวลาดําเนินการพีพีพี 8-10 เดือน มูลค่ารวม 6.9 แสนล้านบาท ซึ่งโครงการอีอีซีเป็นบวกกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงบริษัทที่ทําสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายอีอีซี เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน หรือระเบียบ EEC Track เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินงาน ซึ่งจะใช้เฉพาะโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่สำคัญและมีความพร้อมตามแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Project List)

บอร์ดอีอีซียังได้อนุมัติโครงการ EEC Project List จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยโครงการท่าเรือแหลมฉบังจะให้เอกชนร่วมลงทุนปี 2561 แล้วเสร็จอย่างช้าปี 2568

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท