
ไอพีโอบี.กริม สถาบันจองล้น เคาะราคา16บ.
บี.กริม เพาเวอร์ เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอที่ 16 บาท/หุ้น สถาบันจองล้น 6.5เท่า คาดเข้าเทรด SET วันที่ 19 ก.ค.นี้
โพสต์ทูเดย์ - บี.กริม เพาเวอร์ เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอที่ 16 บาท/หุ้น สถาบันจองล้น 6.5เท่า คาดเข้าเทรด SET วันที่ 19 ก.ค.นี้
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (B.GRIMM) เปิดเผยว่า หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่บริษัทจะเสนอขายให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 716.9 ล้านหุ้น รวมหุ้นที่จัดสรรไว้ส่วนเกิน (กรีนชู) จำนวน 65.1 ล้านหุ้น ที่ราคา 16 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวม 1.14 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในวันที่ 19 ก.ค.นี้
“หุ้นไอพีโอของบริษัท นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้ความสนใจจองล้นกว่า 6.5 เท่า คาดว่ามาจากความเชื่อมั่นที่บริษัทมีศักยภาพในการขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมไฟฟ้าระดับภูมิภาค และสัดส่วนหุ้น 77% ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน และ 23% เสนอขายนักลงทุนทั่วไป นักลงทุนที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระยะยาว” นางปรียนาถ กล่าว
สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้น แบ่งเป็นประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท จะคืนหนี้สถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) จากปัจจุบัน 3.4 เท่า ให้ลดลง ซึ่งบริษัทตั้งเป้าพยายามให้ดี/อีไม่เกิน 2 เท่า ที่เหลือนำไปเป็นเงินลงทุนในการก่อสร้างโครงการในช่วง 3-5 ปีนี้ ที่มีใบสัญญาซื้อขายไฟ (PPA) แล้ว รวมถึงส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน บริษัทตั้งเป้าหมายรักษากำไรสุทธิก่อนภาษีค่าเสื่อมและดอกเบี้ย (อีบิตดา) 27% จากการขยายโรงไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยปลายเดือนนี้จะจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กเพิ่ม 20 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันซีโอดีแล้ว 1,626 เมกะวัตต์
ปีนี้จะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟ (ซีโอดี) เพิ่มเติม 450 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 3 โรง โรงละ 150 เมกะวัตต์ และโซลาร์สหกรณ์อีก 36 เมกะวัตต์ ในปี 2561 จะขายเพิ่มอีก 405 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2563 จะมีกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตรวมที่ 2,400 เมกะวัตต์ จะมาทั้งจากการเข้าซื้อกิจการและลงทุนก่อสร้างเอง







