posttoday
เทรนด์การอยู่อาศัยยุค 4.0

เทรนด์การอยู่อาศัยยุค 4.0

04 กรกฎาคม 2560

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนา "อสังหาฯ 4.0 เปิดยุคโซลาร์พารวย" ที่จัดขึ้น ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ โดยจุดโฟกัสหลักในงานนี้คือการพูดเรื่องเทรนด์การอยู่อาศัยของผู้คนในอนาคตข้างหน้า ซึ่งมีปัจจัยจากเทคโนโลยี Disruptive เข้ามากำหนดรูปแบบการอยู่อาศัยในอนาคตให้เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนา "อสังหาฯ 4.0 เปิดยุคโซลาร์พารวย" ที่จัดขึ้น ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ โดยจุดโฟกัสหลักในงานนี้คือการพูดเรื่องเทรนด์การอยู่อาศัยของผู้คนในอนาคตข้างหน้า ซึ่งมีปัจจัยจากเทคโนโลยี Disruptive เข้ามากำหนดรูปแบบการอยู่อาศัยในอนาคตให้เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

บทความในวันนี้จะขอนำเอาสาระสำคัญหลักที่ได้ไปพูดในงานมาแบ่งปันให้กับคุณผู้อ่านในสัปดาห์นี้กันค่ะ

เทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเข้าสู่ตลาดในอนาคต จะทำให้พฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป โดยเทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคตจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

เทรนด์แรกเลยคือ บ้านในอนาคตจะมีลักษณะเป็น Digital Home หรือ Smart Home มากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่บ้านในอนาคตมีลักษณะเป็นบ้านดิจิทัลหรือบ้านอัจฉริยะมากขึ้น เนื่องจากเทรนด์เรื่อง Digital Transformation ที่เข้ามาทำให้อุปกรณ์ต่างๆ มีการเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารไร้สายและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

ขณะเดียวกัน Internet of Things หรือ IoTจะทำให้เครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายการสื่อสารและคุยกันเองได้มากขึ้น เราสามารถกำหนดความต้องการในการอยู่อาศัยผ่านการกำหนดค่าต่างๆ ได้ตามใจชอบ อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนให้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในบ้านที่แปรเปลี่ยนไปจากระบบ Censor ต่างๆ และการควบคุมด้วย AI ที่ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเรียนรู้พฤติกรรมผู้อยู่อาศัยได้ด้วย

ฉะนั้นแล้วเราจึงสามารถสรุปได้ว่าบ้านในอนาคตที่จะมีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ โดยประการแรกคือบ้านในอนาคตจะมีความสะดวกสบายต่างๆ มากขึ้น ประการที่ 2 บ้านในอนาคตจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น ประการสุดท้าย บ้านในอนาคตจะช่วยให้เราประหยัดพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้านจะมีระบบประมวลผลข้อมูลแบบ Real-Time และสามารถคุยกับเราได้แม้เราอยู่นอกบ้าน หากเกิดกรณีที่เด็กในบ้านอยู่ในจุดที่เสี่ยงก็จะมีการเตือนโดยอัตโนมัติให้เราทราบ ขณะเดียวกันระบบ Censor ต่างๆ ก็จะช่วยปรับการใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เราประหยัดค่าไฟได้ด้วย

เทรนด์ที่ 2 ของการอยู่อาศัยในอนาคตคือ เรื่องของ Home Sharing ค่ะ ไม่เพียงแต่เครื่องใช้ในบ้านที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาช่วยจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดเท่านั้น แต่เครือข่ายสังคมออนไลน์และ App ต่างๆ เช่น Airbnb ยังช่วยให้เราบริหารพื้นที่ว่างในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ในอนาคตคนมีแนวโน้มที่จะหาประโยชน์จากพื้นที่ว่างในบ้านผ่านการแบ่งปันพื้นที่ผ่าน App อย่าง Airbnb ซึ่งช่วย Match ตัวพื้นที่ปล่อยเช่าและผู้เช่าที่มีความต้องการตรงกันได้ ต่างจากเมื่อก่อนที่เมื่อคนไม่อยู่บ้านหรือห้องพัก การใช้ประโยชน์ต่างๆ ไม่เกิดขึ้นเลย

เทรนด์ข้อสุดท้ายของการอยู่อาศัยในอนาคตคือ ผู้คนจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานมากขึ้น บ้านในอนาคตจะมีตัวเลือกมากมายในการประหยัดพลังงานไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อผลิตไฟฟ้าเองจากแสงอาทิตย์ รวมทั้งการออกแบบ "บ้านเย็น" ที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านลงและช่วยให้เราประหยัดค่าไฟทางอ้อมจากการใช้แอร์ที่ลดลงด้วยอีกทางหนึ่ง

โดยสรุปแล้ว เทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคตจะมุ่งไปที่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มีความมั่นคงปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรต่างๆ ภายในบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท