
หวั่นคุมสินเชื่อแบงก์รายได้หด
ลุ้นธปท.ออกมาตรการคุมเข้มสินเชื่อ กสิกรไทยประเมินแบงก์รายได้หด0.3%กสิกรไทยแย้ม ธปท.คุมปล่อยกู้ กระทบรายได้ธนาคารทั้งระบบ 0.3% ระบุสินเชื่อธุรกิจโอกาสโต หันพึ่งเงินกู้แบงก์ แทนออกหุ้นกู้
ลุ้นธปท.ออกมาตรการคุมเข้มสินเชื่อ กสิกรไทยประเมินแบงก์รายได้หด0.3%
กสิกรไทยแย้ม ธปท.คุมปล่อยกู้ กระทบรายได้ธนาคารทั้งระบบ 0.3% ระบุสินเชื่อธุรกิจโอกาสโต หันพึ่งเงินกู้แบงก์ แทนออกหุ้นกู้
น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า คาดว่ามาตรการดูแลการปล่อยกู้ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในกลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลจากการประเมินเบื้องต้นน่าจะกระทบต่อรายได้รวมของระบบธนาคารในปีนี้ประมาณ 0.3% ของรายได้รวมทั้งระบบ ซึ่งผล กระทบน่าจะชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและ รายได้ดอกเบี้ย บวกกับการเติบโตของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเองก็ลดลงด้วย
ขณะเดียวกันระบบธนาคารยังห่วงสถานการณ์หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง โดยคาดว่าเอ็นพีแอลจะปรับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ 3.06-3.07% ของสินเชื่อรวม เพราะลูกค้า เอสเอ็มอีและรายย่อยยังมีความอ่อนไหว ก่อนจะมาปรับลดลงในไตรมาส 4 เพราะธนาคารต่างๆ น่าจะมีการทยอยขายหนี้ออกมากขึ้น เพื่อรักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับที่ธนาคารกำหนด ไม่ว่าหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น บ้าน เพราะช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีเอ็นพีแอลไหลเข้ามาในระบบเพิ่มมากกว่าที่คาด และจะเห็นการปรับโครงสร้างหนี้ต่อไตรมาสเพิ่มขึ้น จากเดิมมีประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส เพิ่มเป็น 7 หมื่นล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าสินเชื่อธุรกิจน่าจะโตได้ดีขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะโตที่ 3% เพิ่มเป็น 4% เพราะมองว่าผู้ประกอบการที่ไปพึ่งการออกตราสารหนี้หรือหุ้นกู้ น่าจะหันกลับมาใช้สินเชื่อผ่านระบบธนาคารมากขึ้นเนื่องจากต้นทุนการออกหุ้นกู้เริ่มปรับเพิ่มขึ้น เช่น หุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับเครดิต BBB อายุ 5 ปีจะมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 4.36% ซึ่งใกล้เคียงกับการกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์
สำหรับสินเชื่อรายใหญ่จะเพิ่มขึ้น จากสินเชื่อเทรดไฟแนนซ์ เงินทุนหมุนเวียน สินเชื่อที่มีกำหนดเวลา ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอี คงโตจำกัด แต่สินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้มลดลงจาก 5.5% เหลือ 4.5% โดยสินเชื่อบ้านคาดว่าปีนี้จะลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะโต 7% เหลือ 5.5% ทำให้สินเชื่อทั้งระบบโต 4% หรืออยู่ในกรอบ 3-5%
นอกจากนี้ คาดว่า ธปท.ยังคงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนค่าเงินบาทคาดว่าอยู่ที่ระดับ 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ







