
กม.แรงงานต่างด้าว ไม่สะเทือนเศรษฐกิจไทย
พรสวรรค์ นันทะการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวค่อนข้างสูง แม้ว่าจะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงของจำนวนแรงงานต่างด้าวในไทยได้แน่นอนก็ตาม โดยยอดที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 1.5 ล้านคน แต่ที่เข้ามาไม่ถูกต้องมีอีกหลายล้านคน
พรสวรรค์ นันทะ
การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวค่อนข้างสูง แม้ว่าจะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงของจำนวนแรงงานต่างด้าวในไทยได้แน่นอนก็ตาม โดยยอดที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 1.5 ล้านคน แต่ที่เข้ามาไม่ถูกต้องมีอีกหลายล้านคน
ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า หากแรงงานเหล่านี้ถูกผลักดันกลับตามการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงหรือไม่
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินแนวโน้มการเติบโตในปีนี้ใหม่ ซึ่งได้รวมผลกระทบของ พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เข้าไปพิจารณาในการประเมินแล้ว พบว่า เศรษฐกิจในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีขึ้น คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะเติบโตดีขึ้น จากเดิมเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาคาดไว้ที่ 3.3% น่าจะเพิ่มเป็น 3.4% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโตที่ 3.5% เพราะมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าที่คาด
จากมูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จาก 2% เป็น 3.8% บวกกับยังมีการใช้จ่ายภาครัฐเป็นตัวสนับสนุนต่อเนื่อง และภาคการท่องเที่ยวก็ยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยที่ต้องระวังในครึ่งปีหลังบ้าง จากการลงทุนภาคเอกชนที่ต่ำ คาดว่าการลงทุนน่าจะขยายตัวที่ 2.7% ลดลงเล็กน้อยจากเดิม 3% ในส่วนนี้มองว่าการลงทุนภาคเอกชนโตเพียง 0.5% ลดลงจากเดิมที่ 1.5% เพราะการลงทุนในครึ่งปีแรกอาจจะมาช้าไป ทำให้การลงทุนโดยรวมในปีนี้ลดลงบ้าง
แต่ถ้าดูเฉพาะผลกระทบของกฎหมายแรงงานต่างด้าวต่อจีดีพีแล้วถือว่ามีสัดส่วนไม่สูง เพราะสิ่งที่จะกระทบในครึ่งหลังของปีนี้น่าจะมีขอบเขตจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะมีการผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายในมาตรา 101 102 119 และ 122 แล้ว โดยเลื่อนการบังคับใช้ไปก่อน 6 เดือน เผื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาจัดการขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องได้
ฉะนั้นถึงจะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงแรงงานสูงอย่างภาคการเกษตรและธุรกิจแปรรูปที่เกี่ยวเนื่อง หรือธุรกิจบริการ โรงแรม ภัตตาคาร รวมไปถึงธุรกิจก่อสร้างแล้ว เฉพาะภาคเกษตร ที่อาจขาดแรงงานที่มาเก็บเกี่ยว แปรรูป หรือขนถ่ายสินค้านั้น ก็ไม่น่ารุนแรงถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจปีนี้เสียศูนย์หรือต้องปรับลดจีดีพีลงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แยกประเมินผลกระทบเป็นออกเป็น 3 กรณี ตามจำนวนแรงงานต่างด้าว ที่น่าจะกระทบต่อ ทั้งต้นทุนของผู้ประกอบการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจจะ หยุดชะงัก คือ
1) กระทบน้อย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 1.24 หมื่นล้านบาท หรือ 0.08% ของจีดีพี แต่ผลกระทบของต้นทุนเพิ่มมีน้อย เพราะเลื่อนการบังคับใช้ไปออกไปปีหน้า ทำให้ผลกระทบหลักๆ ในปีหนี้อยู่ที่การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่น่าจะมีสัดส่วนเพียง 0.03% ของจีดีพีเท่านั้น
2) กรณีกระทบปานกลางหากจำนวนแรงงานมีมากขึ้นก็น่าจะกระทบในมูลค่าประมาณ 2.84 หมื่นล้าน บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ 0.2% ของ จีดีพี และ
3) กรณีกระทบค่อนข้างมากและรุนแรงที่สุด ก็น่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4.65 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.3% ของจีดีพี
ที่สำคัญ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยืนยันว่า แรงงานต่างด้าวกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยที่เป็นตัวหลักค้ำชูเศรษฐกิจปีนี้ไม่รุนแรงอะไร เนื่องจากภาคส่งออกที่มีมูลค่าและสัดส่วนการส่งออกสูงในจีดีพีส่วนใหญ่ จะใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตและขนส่งแทนการใช้แรงงานคน บวกกับส่งออกที่เกี่ยวกับการประมงที่ใช้แรงงานต่างด้าวสูง ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการจัดการปัญหาแรงงานตามมาตรการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ไปพอสมควรแล้ว ทำให้ภาพรวมต่อการส่งออกกระทบไม่มาก
ขณะที่ อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) มีความเห็นว่า หลักการออกกฎหมายของรัฐบาลถือเป็นเรื่องดี ที่ต้องการดูแรงงานต่างด้าว และช่วยให้ไทยหลุดจากการเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ (Tier 2 Watch list) แต่ดูเหมือนกฎหมายจะออกมาบังคับใช้ค่อนข้างเร็วและมีค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนแรงงานสูง ทำให้อาจมีผู้ประกอบการบางส่วนปล่อยให้แรงงานกลับไปก่อน ซึ่งกระทบในอุตสาหกรรมอาหาร ก่อสร้าง รวมถึงการส่งออกข้าว กระทบกับเศรษฐกิจแค่ไหนยังอยู่ระหว่างประเมิน ซึ่งก็ประเมินยากเพราะไม่รู้จำนวนแรงงานที่แน่นอน และอาจจะมีการกลับมา แต่ถึงจะกลับมาได้ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะกลับมาหมด หรือกลับมาแล้วจะได้แรงงานคนเก่าที่เคยอบรมและมีความเชี่ยวชาญในการทำงานหรือไม่
"แต่สุดท้าย เรื่องนี้น่าจะช่วยเตือนให้เราคิดถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต และหันมามองยุทธศาสตร์ประเทศเช่นกัน ว่าต้องการแรงงานต่างด้าวเท่าไรกันแน่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวมากน้อยแค่ไหน เพราะทุกวันนี้เราไม่มีข้อมูล ไม่แน่ชัดว่าเราพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวมากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ถึงแก้ปัญหาเรื่องนี้ไปได้ในช่วงนี้ แต่ต้องมองถึงแผนที่จะมารองรับแรงงาน ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ที่เราจะ เข้าสู่สังคมสูงอายุด้วยเช่นกัน" อมรเทพ กล่าว
เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบจากกฎหมายแรงงานต่างด้าวฉบับนี้ เนื่องจากยังมีรายละเอียดข้อมูลที่ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ดีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้สั่งการให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ในเบื้องต้นปีนี้ ธปท.ยังมองว่าจีดีพีจะขยายตัวดีขึ้นตามการส่งออกที่น่าจะขยายตัวสูงถึง 5% และการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง 34.9 ล้านคน จึงคาดว่าปีนี้จีดีพีจะโตเพิ่มเป็น 3.5% จากเดิมที่คาดไว้ 3.4%
สรุปแล้ว แม้ในระยะสั้นปัญหาแรงงานต่างด้าวจะไม่ได้กระทบเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงสั่นสะเทือนการเติบโตในปีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะการส่งออกที่มีมูลค่าสูงในจีดีพีพึ่งพาแรงงานต่างด้าวน้อยยังทำให้โตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ค่อนข้างดี แต่ในอนาคตปัญหาด้านแรงงานต่อเศรษฐกิจไทยคงไม่สิ้นสุดเท่านี้แน่นอน เนื่องจากไทยมีแนวโน้มจะขาดแคลนแรงงานจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขาดแรงงานที่มีทักษะทางภาษาและมีความรู้ด้านเทคโนโลยี หากไม่หาทางเตรียมรับมือ สักวันปัญหาแรงงานอาจกลายเป็นยาพิษต่อเศรษฐกิจไทยในที่สุด n







