
การปรับตัวของ กฟผ.กับพลังงานทดแทน (3)
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย โรงไฟฟ้า Prenzlau Hybrid เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เสถียรด้วยไฟฟ้าที่ผลิตและนำส่งเข้าระบบมีความต่อเนื่อง จึงช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าแตกต่างกับโรงไฟฟ้าพลังลมและโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์โดยทั่วไป
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
โรงไฟฟ้า Prenzlau Hybrid เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เสถียรด้วยไฟฟ้าที่ผลิตและนำส่งเข้าระบบมีความต่อเนื่อง จึงช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าแตกต่างกับโรงไฟฟ้าพลังลมและโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์โดยทั่วไป
จากการที่โรงไฟฟ้าสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยรอบด้วยการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรในพื้นที่ โดยทำสัญญารับซื้อข้าวโพดระยะยาวจำนวน 6 หมื่นตัน/ปี ในราคาตันละ 40 ยูโร และมีการสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าแบบให้เปล่า เป็นเงินร้อยละ 20 ของค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่อาศัยโดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตรของโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแห่งนี้จึงเป็นที่ยอมรับจากชุมชนโดยรอบเป็นอย่างสูง
ส่วนแนวโน้มในการพัฒนาโครงการ Hybrid เช่นนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้คือเป็นไปได้ยาก เนื่องจากโครงการมีระยะเวลาคืนทุนช้า ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีลดเงินสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ปรับลด Fit ยิ่งทำให้โอกาสที่โครงการจะคุ้มค่าการลงทุนมีน้อยลงไปอีก และเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยในอนาคต
ส่วนโรงไฟฟ้า Reuter West ของบริษัท Vattenfall ตั้งอยู่ในเขต Spandau เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในมหานครเบอร์ลิน เป็นโรงไฟฟ้าแบบ Combined heat and power (CHP) ที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าจ่ายเข้าระบบส่ง และผลิตพลังความร้อนจ่ายให้ District Heating Center เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ชุมชน ห้างร้าน สถานที่ราชการ ด้วยการออกแบบระบบให้สามารถผลิตความร้อนร่วมด้วย จึงทำให้โรงไฟฟ้า Reuter West มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 80 โดยสามารถผลิตไฟฟ้าและความร้อนได้ถึง 758 เมกะวัตต์ และเป็นโรงงานพลังไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ Spree ที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ด้วยความผาสุกโดยปราศจากปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น
โรงไฟฟ้า Reuter West เป็นโรงไฟฟ้าในเขตชานเมืองของกรุงเบอร์ลิน (11 กม. จากใจกลางเมือง) รายรอบด้วยพื้นที่สีเขียว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Spree มีบ้านพักอาศัยใกล้เคียงในรัศมี 10 กม. เป็นตัวอย่างของโรงไฟฟ้าระบบเก่าที่แม้มีอายุนานถึง 30 ปี แต่ด้วยการปรับปรุงติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลสารเพิ่มเติม ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพอากาศให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ก่อเกิดปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนโดยรอบ แม่น้ำ Spree ขนาดความกว้างประมาณ 50 เมตร ถูกใช้เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหินแบบเปิดโล่ง และเป็นแหล่งน้ำใช้และน้ำหล่อเย็นให้กับโรงไฟฟ้าจากบนดาดฟ้าอาคารโรงไฟฟ้า Reuter West ที่ได้ขึ้นไปเยี่ยมชม มองลงไปเห็นลานกองถ่านเปิดโล่ง 2 พื้นที่ โดยลานกองที่อยู่ห่างออกไปมีบ้านเรือนประชาชนตั้งประชิดติดลานกอง โรงไฟฟ้าได้ปลูกต้นไม้ทรงสูงเป็นแนวกั้นไว้
โรงไฟฟ้า Reuter West ใช้ระบบเผาไหม้แบบ Subcritical ประกอบด้วยโรงไฟฟ้า 2 หน่วย เริ่มเดินเครื่องในปี 2530 และ 2532 ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน บิทูมินัสนำเข้าจากโปแลนด์และรัสเซีย ปีละ 1.2 ล้านตัน โดยร้อยละ 75 ขนส่งทางเรือมาตามแม่น้ำ Spree ที่เหลือขนส่งมาทางรถไฟ นำเก็บยังลานกองถ่ายเปิดโล่ง ขนาด 2.2 แสนตัน ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า Reuter West มีการติดตั้งระบบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย
- Low NOx Burner และ Selective Catalytic Reduction กำจัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
- Electrostatic Precipitator : ESP เครื่องกำจัดฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต
- Flue Gas Desulfurization : FGD กำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
การติดตั้งระบบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมทำให้มลสารทางอากาศที่ปลดปล่อยจากโรงไฟฟ้า Reuter West เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศของสหภาพยุโรป ส่งผลให้อากาศโดยรอบโรงไฟฟ้าสะอาด ไร้หมอกควัน โรงไฟฟ้ามีการจัดการเถ้าที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน โดยส่วนของเถ้าหนักนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการก่อสร้างถนน ส่วนของเถ้าลอยสามารถขายให้กับอุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์ โดยมีกำลังการผลิต 6.2 ตัน/ชั่วโมง
จากประโยชน์อย่างมากมายที่ชาวเบอร์ลินได้รับจากโรงงานไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่นับสิบโรง ที่ผลิตพลังความร้อนเข้าสู่ระบบ Central Distriet Heating สร้างความอบอุ่นและประโยชน์ใช้ สอยอื่นๆ โดยปราศจากปัญหามาเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้ชาวเบอร์ลินไม่เคยรู้สึกแปลกแยกกับโรงไฟฟ้าถ่านหินแต่อย่างใดเลย







