
กระดานสตาร์ทอัพเทรดไตรมาส3
ปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ตลท.เปิดบริการแพลตฟอร์ม LIVE ตลาดรองซื้อขายหุ้นสตาร์ทอัพกับนักลงทุน
ปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ตลท.เปิดบริการแพลตฟอร์ม LIVE ตลาดรองซื้อขายหุ้นสตาร์ทอัพกับนักลงทุน
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ช่วงปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ตลท.มีแผนจะเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม "LIVE" ซึ่งเป็นกระดานระดมทุนซื้อขายหุ้นของสตาร์ทอัพผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางให้สตาร์ทอัพกับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในธุรกิจพบและจับคู่กันได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีข้อมูลของธุรกิจมากพอที่จะประเมินความเสี่ยงลงทุนได้
นอกจากนั้น ภายหลังจากที่นักลงทุนได้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพในสัดส่วนหุ้นที่มากกว่าเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อธุรกิจสตาร์ทอัพที่ลงทุนประสบความสำเร็จ นักลงทุนสามารถขายหุ้นกำไรในหุ้นส่วนเกินที่กำหนดไว้ออกก่อนเงื่อนไขเวลาที่กำหนดไว้ได้ หรือเป็นตลาดรองคล้ายกับหน้าที่ของ ตลท.ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี เงื่อนไขระยะเวลาการลงทุนกับสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ต้องถืออยู่ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างสตาร์ทอัพกับผู้ลงทุนไม่ได้มีการกำหนดเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน
ขณะที่กลุ่มผู้ลงทุนจะเปิดให้ลงทุนเฉพาะนักลงทุนสถาบันกับนักลงทุนไฮเน็ตเวิร์กที่มีประสบการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นอย่างน้อย 1 ปี ส่วนนักลงทุนบุคคลกลุ่มคลาวด์ฟันดิ้งในช่วงแรกจะยังไม่เปิดให้ลงทุนอยู่
"ระบบแพลตฟอร์ม 'LIVE' ที่สร้างขึ้นมาจะล้อไปกับการทำงานของสตาร์ทอัพที่ทำงานกับนักลงทุนช่วยให้สามารถทำงานให้ง่าย สะดวกและเร็วขึ้น รวมถึงมีต้นทุนที่ต่ำลง หวังว่าจะช่วยให้ระบบนิเวศของสตาร์ทอัพมีความสมบูรณ์มากขึ้น ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายมูลค่าการระดมทุน รวมถึงยังสอดรับกับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสนับสนุนให้สตาร์ทอัพมีแหล่งเงินทุน" นายสันติ กล่าว
ด้านธุรกิจสตาร์ทอัพได้ลงทะเบียนกับ ตลท.ไว้ 700 ราย ที่จะใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้น โดยจะเข้าไปติดต่อสอบถามความคืบหน้าในการทำธุรกิจ หากสนใจมาใช้แพลตฟอร์มนี้สามารถนำรายงานหรืองบการเงินจริงที่เชื่อถือได้มาเปิดเผยข้อมูล มีผู้สอบบัญชีที่เชื่อถือได้รับรองงบแต่ผ่อนปรนให้ไม่เท่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ต้องใช้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ทั้งนี้ ตลท.อยู่ระหว่างการหารือกับที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อหาเครื่องมือทางการเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพด้วย เพราะธุรกิจสตาร์ทอัพส่วนใหญ่เป็นบริษัทจำกัด ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพหรือแปลงหนี้เป็นหุ้นได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างแก้กฎหมาย ดังนั้นเบื้องต้นจะหาแนวทางทำเป็นสัญญาที่มีภาระผูกพันคล้ายออกหุ้นกู้แปลงสภาพหรือแปลงหนี้เป็นหุ้น ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกสามารถแปลงหนี้ที่ให้เงินกู้ยืมกับสตาร์ทอัพเป็นหุ้นได้เมื่อธุรกิจสตาร์ทอัพประสบความสำเร็จ
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ให้ความเห็นว่า แพลตฟอร์ม LIVE จะช่วยให้กลุ่มสตาร์ทอัพเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายยิ่งขึ้นให้เข้ามาลงทะเบียน แยกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ขณะที่กลุ่มผู้ลงทุนในสตาร์ทอัพจะกำหนดให้ลงทุนได้เฉพาะผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ยังไม่อนุญาตเปิดให้นักลงทุนบุคคลทั่วไปลงทุนได้







