posttoday
ก่อนเลือกกองทุน อย่าลืมดูค่าธรรมเนียม

ก่อนเลือกกองทุน อย่าลืมดูค่าธรรมเนียม

07 กรกฎาคม 2560

โดย...พูลศรี เจริญ

โดย...พูลศรี เจริญ

หากเปรียบผลิตภัณฑ์กองทุนรวมเป็นสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องบอกว่าบ้านเรามีสินค้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จากสถิติล่าสุดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน  ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2560 ไทยมีกองทุนรวมทั้งสิ้น 1,520 กองทุน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 4.8 ล้านล้านบาท

จำนวนกองทุนที่มากขนาดนี้ จะเลือกลงทุนกองทุนไหนดี เลือกลงทุนอย่างไร "กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ" นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) สะท้อนว่าความต้องการของนักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุน คือ ต้องเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ซึ่งแตกต่างกับ บลจ.ที่เป็นผู้ผลิตกองทุนที่ต่างพากันออกกองทุนที่เพิ่มความสลับซับซ้อนออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนอย่างมากมายในระยะหลัง

ขณะที่ในระยะแรกของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยจะมีกองทุนแบบง่ายๆ เช่น กองทุนหุ้นไทย กองทุนตราสารหนี้ไทย และกองทุนผสม แต่ด้วยพัฒนาการการเติบโตของอุตสาหกรรม ทำให้ทุกวันนี้มีกองทุนมากมายหลายสิบประเภท ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมวดอุตสาหกรรม กองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย หรือมัลติแอทเซ็ท  กองทุนทองคำ  กองทุนน้ำมัน กองทุนไฮยิลด์ กองทุนควอนท์ โมเดล เป็นต้น

ขยายความกองทุนควอนท์ โมเดล มีคำอธิบายจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย ว่า คือ กองทุนที่มีการบริหารโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการตัดสินใจซื้อ หรือขายหลักทรัพย์แทนผู้จัดการกองทุน

นอกจากนี้ ในระยะหลังจะมีกองทุนอินคัมฟันด์ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ ชนะอัตราดอกเบี้ยและดีกว่าการลงทุนในพันธบัตร ซึ่งสินทรัพย์ที่ลงทุนส่วนมากก็หนีไม่พ้นพันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นปันผล เป็นต้น

ตัวอย่างของ บลจ.ที่จะนำนวัตกรรมใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เตรียมเขย่าตลาดไตรมาส 3 นี้

"สมิทธ์ พนมยงค์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หนึ่งในแผนงานสำคัญของบริษัทในครึ่งปีหลัง คือ การใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน

"ไตรมาส 3 ปีนี้เราจะออกกองทุนหุ้นในประเทศ โดยจะเป็นกองทุนที่ใช้นวัตกรรมการลงทุนที่พัฒนาเองและน่าจะเป็นกองทุนแรกของไทยที่มี การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการลงทุนเต็มรูปแบบ" สมิทธ์ กล่าว

การมีกองทุนหลากหลายประเภทแบบก็ถือว่ามีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เข้าถึงโอกาสทางการลงทุนใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ กิตติคุณ บอกว่า ไม่ได้เป็นการการันตีถึงผลตอบแทนและแถมอีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องไม่ลืมนั้นก็คือ ยิ่งกองทุนมีความสลับซับซ้อนในการบริหารมาก เท่าไร ค่าธรรมเนียมต่างของกองทุนก็มักจะสูงตามไปด้วยนั้นเอง ซึ่งหมายความว่าเรามีต้นทุนทางการลงทุนที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับนักลงทุนไทยเท่านั้น นักลงทุนทั่วโลกต่างก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ซึ่งนักลงทุนแต่ละที่ก็ดูเหมือนจะมีวิธีแก้ปัญหา เช่นที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงจะเป็นนักลงทุนในสหรัฐ ช่วงที่ผ่านมานิยมลงทุนในอินเด็กซ์ฟันด์ และอีทีเอฟ เพราะมีค่าธรรมเนียมที่ ถูกกว่ากองทุนที่สลับซับซ้อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท