posttoday
ปูพรมบูมเศรษฐกิจ ต่างจังหวัด ยังไม่ดันจีดีพี

ปูพรมบูมเศรษฐกิจ ต่างจังหวัด ยังไม่ดันจีดีพี

04 กรกฎาคม 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะยังขยายตัวได้ดี โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ประมาณการไว้ 3.6% และมีความเป็นไปได้ที่จะขยับเพิ่มประมาณการให้สูงขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้มากกว่าที่คิด และการบริโภคเอกชนขยายตัวได้ดี การลงทุนภาคเอกชนเริ่มขยับ จะเหลือแต่การลงทุนภาครัฐจะเบิกจ่ายได้เร็วตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะยังขยายตัวได้ดี โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ประมาณการไว้ 3.6% และมีความเป็นไปได้ที่จะขยับเพิ่มประมาณการให้สูงขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้มากกว่าที่คิด และการบริโภคเอกชนขยายตัวได้ดี การลงทุนภาคเอกชนเริ่มขยับ จะเหลือแต่การลงทุนภาครัฐจะเบิกจ่ายได้เร็วตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่าการขยายตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้นมีการ กระจุกตัวในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ ของประเทศไม่กี่จังหวัดเท่านั้น แต่เศรษฐกิจในจังหวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่ของประเทศกลับไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นตามตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจ ที่ออกมามาก

ในทางตรงกันข้าม คนในต่างจังหวัดจำนวนมากกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยนอกจะไม่ดีขึ้นแล้ว ยังรู้สึกแย่ลงเรื่อยๆ จากการค้าขายการประกอบอาชีพที่ฝืดเคือง รายได้ไม่พอกับรายจ่ายในชีวิต หนี้สินเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะดีจริงอย่างที่รัฐบาลจะพยายามตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา

ปัญหาดังกล่าว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็เคยออกมายอมรับว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้น แต่รัฐบาลยังต้องดูแลผู้มี รายได้น้อย โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศที่ยังยากลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยสนับสนุนดูแลค่าครองชีพลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้เป็นวงเงินรวมถึง 8 หมื่นล้านบาท นอกจากจะช่วยบรรเทาความยากลำบากของประชาชนที่อยู่ฐานรากแล้ว ยังเป็นการทำให้เม็ดเงินกระจายลงในจังหวัดต่างๆ ของประเทศได้มากขึ้น โครงการนี้กว่าจะเห็นผลกับเศรษฐกิจก็เป็นช่วงท้ายของปีนี้

นอกจากนี้ การประชุมผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สมคิดก็ให้การบ้านรัฐวิสาหกิจทุกแห่งให้ช่วยกันบูมเศรษฐกิจต่างจังหวัดเป็นการเร่งด่วน อย่าหวังกำไรสูงสุด เน้นประสิทธิภาพ ทำงานเร็ว ผลงานของรัฐวิสาหกิจเรื่องการเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัว 17% ช่วยให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวได้ 3.3% ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในยามที่ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจมีความเปราะบาง หากเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ไม่ถึง 3% ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจะดิ่งลงเหวลึกจนดึงไม่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม สมคิดย้ำกับรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษ ว่า แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศเป็นบวก แต่เศรษฐกิจฐานรากต้องช่วยเหลือให้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น รัฐวิสาหกิจต้องเป็นหน่วยงานหลักเร่งสร้างการเติบโตเศรษฐกิจจากภายในและให้กระจาย รายได้สู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยสั่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องหาทางให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยจำนวนมาก ไปเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในต่างจังหวัด สร้างรายได้และอาชีพให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยต่อไปการวัดผลงานของ ททท.จะไม่นับแต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวไทยอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องนับด้วยว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาไปเที่ยวในจังหวัดรองๆ มากน้อยขนาดไหนด้วย

นอกจากนี้ ยังสั่งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ซึ่งมีกำไรและมีเงินอยู่จำนวนมาก ก็ต้องเร่งสร้างสนามบินในต่างจังหวัดเชื่อมต่อชุมชนกับเมืองใหญ่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการค้า ไม่ใช่ทำการเชื่อมการเดินทางเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่อย่างเดียว การดำเนินการนี้คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเห็นเป็นรูปธรรม

ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ต้องสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นอกจากการให้สินเชื่อต้องยกระดับ ผู้ประกอบการให้ขายในประเทศได้ดี และออกไปขายในต่างประเทศได้ มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจกิจต่างจังหวัด รวมถึงให้บริษัท กสท โทรคมนาคม เร่งติดตั้งอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านทั่วประเทศให้ได้ตามแผนภายใน 1-2 ปีนี้ จะเป็นการเปิดตลาดให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยการซื้อขายผ่านออนไลน์ตามนโยบายประเทศไทย 4.0

นโยบายที่รัฐบาลให้กับรัฐวิสาหกิจล่าสุด จะเห็นว่า รัฐบาลพยายามบูมเศรษฐกิจต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพราะสมคิดมองว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทย ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อีกไม่กี่แห่ง ยังทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี หากทำให้เศรษฐกิจต่างจังหวัดทุกจังหวัดขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทย โดยรวมมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะมาตรการหรือโครงการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยาว ตัวอย่างเช่น โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ที่คิดว่าจะเป็นตัวบูมเศรษฐกิจต่างจังหวัด ทำให้การค้าชายแดนขยายตัวก้าวกระโดด แต่ปรากฏว่าไม่มีนักลงทุนสนใจจะย้ายฐานการผลิตไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะมองว่าได้ไม่คุ้มเสีย โดยการ เปิดประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษใน จ.หนองคาย และมุกดาหาร มีเอกชนยื่นซองมาจังหวัดละ 1 รายเท่านั้น มีแนวโน้มว่าจะต้องมีการเปิดประมูลใหม่ รวมถึงการปรับแนวคิดเงื่อนไขการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มีแนวคิดจะใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษหนุนการลงทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด แทนการดึงนักลงทุน รายใหญ่ให้เข้ามาลงทุน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษวันนี้ไม่สามารถเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในต่างจังหวัด โดยเฉพาะการค้าชายแดนของไทยให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นตามที่รัฐบาลวาดหวังไว้ได้

สำหรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่รัฐบาลดันขึ้นแก้ลำการตั้งเขตเศรษฐกิจไม่สำเร็จ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญในการเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และต้องมีการเชื่อมโยงกันหลายพื้นที่ ทำให้ต้องใช้เวลาดำเนินการอีกมากกว่าจะเห็นผล เพราะอยู่ในช่วงตั้งไข่สร้างโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ เช่น กรมทางหลวง ออกมาเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2561 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 1.01 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนเส้นทางใหม่ 50 โครงการ โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมต่อกับโครงการ อีอีซี 13 โครงการ น่าจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด ที่จะดำเนินโครงการอีอีซี

นอกจากโครงการอีอีซี รัฐบาลยังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในจังหวัดสำคัญให้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงต่อเนื่องไม่ให้เกิดการสะดุด เช่น การดำเนินโครงการรถไฟฟ้า จ.ภูเก็ต วงเงิน 3.01 หมื่นล้านบาท และการสร้างรถไฟฟ้า หาดใหญ่ จ.สงขลา วงเงิน 1.61 หมื่นล้านบาท แม้ว่ายังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ แต่ก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่จะขนเงินมาลงทุนในจังหวัดดังกล่าวมากขึ้น

จากทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ความพยายามบูมเศรษฐกิจต่างจังหวัดทั่วไทย เพื่อทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวได้สูง ซึ่งจะมีผลพลอยได้ตามมาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของคน ในประเทศ เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ผลที่จะออกมานั้นยังต้องลุ้นกันเหนื่อย เพราะบางโครงการไม่ประสบความสำเร็จ และบางโครงการก็ยังต้องใช้เวลาในดำเนินการอีกนานกว่าจะเริ่มดำเนินการได้

ดังนั้น การเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ต่างจังหวัด จึงไม่ส่งผลกับการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นมาก แต่ ในระยะปานกลางและยาว หาก รัฐบาลทำได้ตามแผน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างจังหวัดจะมีผลกับการขยายตัวเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างมาก n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท