
พิษพ.ร.ก.แรงงาน! ผู้ส่งออกข้าวหวั่นหลุดเป้า10ล้านตันปีนี้
พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวพ้นพิษ ทำแรงงานขนถ่ายท่าเรือขาด ผู้ส่งออกข้าวหวั่นกระทบเป้าส่งออกข้าว 10 ล้านตัน
พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวพ้นพิษ ทำแรงงานขนถ่ายท่าเรือขาด ผู้ส่งออกข้าวหวั่นกระทบเป้าส่งออกข้าว 10 ล้านตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีการประกาศพ.ร.ก.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวออกมา ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ ส่งผลให้มีสินค้าตกค้างที่ท่าเรือจำนวนมากและทำให้การส่งมอบข้าวล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งอาจทำให้การส่งออกข้าวไทยที่กำลังดีดรอปลง และจะเริ่มเห็นในเดือนก.ค.นี้
“การส่งออกข้าวที่กำลังดีอยู่ พอเจอปัญหาขาดแรงงานทำให้การส่งมอบล่าช้า เพราะแรงงานที่ท่าเรือหายไป 30-40% จากเดิมที่ใช้เวลาในโหลดลงเรือ 7-10 วันก็เป็น 1 เดือน ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังจะต้องส่งออกข้าวให้ได้เดือนละ 9 แสนตัน ถึงจะได้ตามเป้า 10 ล้านตันในปีนี้ แต่พอการส่งออกล่าช้าอาจทำให้ส่งออกได้เพียง 7-8 แสนตัน/เดือน ส่งผลให้ภาพรวมปีนี้ตัวเลขการส่งออกข้าวอาจหลุดเป้าไปอยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนได้”นายชูเกียรติ กล่าว
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและผันผวนนั้น ก็มีผลต่อการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน เพราะการที่ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่เป็นคู่แข่งในการส่งออกข้าวทำให้ไทยเสียโอกาสไป เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาท จะทำให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้นประมาณ 8-9 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา/ตัน
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าราคาส่งออกข้าวไทยในตลาดโลกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ไม่น่าจะตกลงไปอยู่ที่ระดับ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน เหมือนปีที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะอยู่ที่ระดับ 400-420 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน
ด้านนายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยว่า การส่งออกข้าวไทยล่าสุด (ม.ค.-20 มิ.ย.2560) ไทยส่งออกข้าวได้แล้ว 5.33 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.6% แซงอินเดียขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก หลังจากที่เสียแชมป์ให้อินเดีย 2 ปีต่อเนื่อง และคาดว่าครึ่งปีแรกน่าจะส่งออกรวม 5.5 ล้านตัน ทำให้ยังเชื่อมั่นว่า น่าจะถึงเป้า 10 ล้านตันได้
สำหรับปัจจัยบวกที่ต่อการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปีหลังมาจากสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับประเทศจีนที่ยังเหลือส่งมอบอยู่ 6 แสนตัน การมีความต้องการซื้อจากตลาดฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมทั้งตลาดอิหร่านและอิรักที่เริ่มมีออเดอร์กลับมาหลังจากที่ไม่ได้ทำการซื้อขายกันมานาน
ทั้งนี้ ยังคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อข้าวจากบังคลาเทศและศรีลังกาที่คาดว่าจะมีเข้ามาเพิ่ม เนื่องจากทั้งสองประเทศนี้เจอปัญหาอุทกภัยในประเทศ ทำให้ผลผลิตข้าวในประเทศลดน้อยลง ประกอบกับการมีจำนวนประชากรในประเทศมากถึง 160 ล้านคน จึงทำให้มีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น
“นอกจากนี้การที่ไทยสามารถระบายข้าวในสต๊อกรัฐส่วนที่เหลือค้างอยู่ออกได้หมดแล้ว ทำให้ราคาขายข้าวในตลาดเพิ่มขึ้น 20% จากช่วง 3 ปีก่อนที่โดนกดราคาลง อย่างไรก็ดี ปีนี้ฝนมาเร็วและดี จึงคาดว่าผลผลิตข้าวจะมากขึ้น จากนี้ผู้ส่งออกข้าวจะต้องพยายามหาตลาดและวิธีระบายข้าวฤดูกาลผลิตรอบใหม่ที่จะออกมาให้เร็วที่สุด ซึ่งจะต้องหาตลาดใหม่มารองรับ โดยเฉพาะช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.ที่ยอดคำสั่งซื้อยังมีเข้ามาไม่มาก”นายเจริญ กล่าว







