
'ฮวงจุ้ย' สุขศาสตร์แห่งปรัชญาตะวันออก (1)
ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการ & และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผมได้มีโอกาสไปฟังบรรยายเรื่อง"ฮวงจุ้ย" ซึ่งวิทยากรเป็น Dato จากประเทศมาเลเซีย ได้พูดประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง 12 ราศี ใครเกิดเดือนไหน ปีไหนควรทำอย่างไร ใครเกิดปีชง ฯลฯ โดยส่วนใหญ่เน้นไปทางไสยศาสตร์ ซึ่งจะคล้ายกับพระในพุทธศาสนาที่ดูดวง ฤกษ์ยาม แทนการสอนพุทธปรัชญา หรือการทำอย่างไรชีวิตถึงจะมีความสุข โดยไม่ได้พูดเรื่อง FENG SHUI ในเชิงของศาสตร์ซึ่งว่าด้วยภูมิอากาศ และภูมิประเทศเลย
ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการ & และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
ผมได้มีโอกาสไปฟังบรรยายเรื่อง"ฮวงจุ้ย" ซึ่งวิทยากรเป็น Dato จากประเทศมาเลเซีย ได้พูดประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง 12 ราศี ใครเกิดเดือนไหน ปีไหนควรทำอย่างไร ใครเกิดปีชง ฯลฯ โดยส่วนใหญ่เน้นไปทางไสยศาสตร์ ซึ่งจะคล้ายกับพระในพุทธศาสนาที่ดูดวง ฤกษ์ยาม แทนการสอนพุทธปรัชญา หรือการทำอย่างไรชีวิตถึงจะมีความสุข โดยไม่ได้พูดเรื่อง FENG SHUI ในเชิงของศาสตร์ซึ่งว่าด้วยภูมิอากาศ และภูมิประเทศเลย
แต่ที่ผมจะพูดในที่นี้เป็น "The Science of Happiness of Oriental Philosophy" หรือ "สุขศาสตร์แห่งปรัชญาตะวันออก" ในเชิงเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์
FENG คือ ลม แทนภูมิอากาศ
SHUI คือ น้ำ แทนภูมิประเทศ
ฮวงจุ้ย หรือ FENG SHUI เริ่มมาจากเต๋าในยุค 2500 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคเดียวกับพระพุทธเจ้า และหลักคำสอนของเต๋ากับพุทธศาสนาที่ตรงกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือ "ไม่เศร้า หมองกับอดีต ไม่กังวลกับอนาคต มีแต่ปัจจุบัน มุ่งมั่นสร้างสรรค์"
หลักการของเต๋าโดยรวมคือ เราต้องเข้าใจ ธรรมชาติก่อนแล้วปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติแล้วจะอยู่อย่างมีความสุข คือเราต้องเข้าใจภูมิอากาศและภูมิประเทศ จึงเป็นที่มาของ ฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นศาสตร์ที่สอนให้คนทำอย่างไรจึงจะอยู่อย่างมีความสุข
จุดเริ่มของฮวงจุ้ยนั้น เริ่มที่ประเทศจีน ดังนั้น หากถามถึงเรื่องภูมิอากาศและภูมิประเทศ ระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย อะไรที่คล้ายคลึงหรือแตกต่างกันคำตอบก็คือ ทั้งสอง ประเทศมีภูมิอากาศที่แตกต่างกัน จีนมีภูมิอากาศ แบบอบอุ่นค่อนข้างหนาว แต่ไทยมีภูมิอากาศแบบ มรสุมเมืองร้อน แต่มีภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกัน คือ มีภูเขา น้ำ ดิน ต้นไม้ ฯลฯ คล้ายกัน
ฉะนั้น อะไรที่คล้ายคลึงกันเราก็สามารถนำมาปรับใช้ในเมืองไทยได้ อะไรที่แตกต่าง ก็อาจจะใช้กับเมืองไทยไม่ได้ โดยจะเห็นได้ อย่างชัดเจนจากตัวอย่างต่างๆ ดังต่อไปนี้ : -
1.การก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน
ประเทศจีนจะวางผังสร้างให้หน้าน้ำ-หลังเขา โดยให้สระน้ำอยู่ทางทิศใต้เป็นหลักสระน้ำ หน้าบ้านเมื่อน้ำระเหยไปลมก็จะพัดเข้ามาหา บ้านทำให้เย็นสบาย ส่วนด้านหลังอิงเขาก็จะ กันลมหนาวที่พัดมาจากทิศเหนือ ซึ่งลมจะมี ทั้งที่เราต้องการกับที่ไม่ต้องการ จะเห็นได้ว่า ทิศทางลมคล้ายคลึงกัน แต่ประเทศไทยก็จะมี ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออก เฉียงเหนือเป็นหลัก ไม่ใช่เหนือใต้ตรงๆ นอกจากนี้จังหวัดที่ติดชายทะเลจะมีลมบกลมทะเลซึ่งทิศทางอาจจะแตกต่างกันนอกจากนี้อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่จะก่อสร้างเป็น รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันด้านสกัดหรือด้านแคบไปทางตะวันออก ตะวันตก ซึ่งจะหลบแดด แต่ด้านยาวไปทางเหนือ-ใต้เพื่อรับลม
2.ประตูหน้าบ้าน
ตามหลักฮวงจุ้ยประตูหน้าบ้านจีนจะต้องเปิดเข้า จากที่ผมเรียนสถาปัตย์มา ประตูหน้าบ้านในประเทศไทยต้องเปิดออก ทั้งนี้เพราะ ในประเทศไทยลมไม่แรงแต่ฝนตกหนัก ส่วนประเทศจีนลมแรงฝนน้อย ดังนั้นถ้าเปิดประตูเข้าบ้านน้ำฝนที่สาดติดบานประตูน้ำก็จะหยดในบ้าน ส่วนประเทศจีนเนื่องจากมีลมแรงมาก ถ้าประตูเปิดออกต้านแรงลมก็จะเปิดลำบาก หากเปิดเข้าจะง่ายกว่า แต่เมื่อเข้าไปแล้วเราเอาตัวช่วยดันให้ปิดประตูได้
อ่านต่อฉบับวันที่ 12 ก.ค. 2560
3.ที่ดินงอก ที่น้ำเซาะ
ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่าเราต้องอยู่ฝั่งที่เป็นคุ้งน้ำที่เป็นที่ดินงอก ฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่น้ำเซาะดินก็จะหายไป ส่วนฝั่งที่ดินงอกเราจะได้ที่ดินเพิ่มขึ้น อีกทั้งน้ำก็จะพัดพาเอาแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเห็นว่าพ้องกันและสามารถนำมาปรับใช้กันได้ เพราะเป็นเรื่องของภูมิประเทศ ซึ่งไม่ใช่ภูมิอากาศ
4.ทางสามแพร่ง
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าบ้านเรือนที่อยู่ตรงบริเวณทางสามแพร่งไม่เป็นมงคล ต้องติดสิงโตคาบดาบ ซึ่งเหตุผลก็สืบเนื่องมาจากมีรถยนต์วิ่งเข้าหา แสงไฟจากรถยนต์ก็จะสาดส่องรบกวนเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้อาจจะเสี่ยงต่อการที่รถพุ่งชนบ้านได้ ซึ่งจะตรงกันข้ามกับอาคารสาธารณะต่างๆ จะชอบตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง เช่น รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล คฤหาสน์ฯ จะทำให้เห็นความสง่างามของตัวอาคารได้ชัดเจน แต่ถ้าให้ดีอาคารหรือคฤหาสน์นั้นควรตั้งอยู่บนเนิน ถึงมีรถยนต์วิ่งเข้ามาแสงก็สาดไม่ถึง
5.ประตูหน้าต่างตรงกัน
ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่าประตูหน้าต่างตรงกันจะไม่ดี แต่ตามหลักการออกแบบสถาปัตยกรรม เมืองร้อนจะต้องมีทางลมเข้าและทางลมออก เรียกว่า Cross Ventilation จะตรงกันหรือเยื้องๆ ก็ได้ แต่ประเทศจีนลมจะแรงมาก มีช่องหน้าต่างไม่ต้องกว้าง และต้องไม่ตรงกัน เพราะถ้าตรงกันลมจะพัดของในบ้านกระจุยกระจาย แต่ในประเทศไทยจะต้องมีทางลมออกใหญ่มากกว่าทางลมเข้า เพื่อให้ลมผ่านโดยง่าย
(อ่านต่อฉบับวันที่ 12 ก.ค. 2560)







