
ไทยจีบมาเลย์บูมไมซ์
สคร.มาเลเซียแนะไทยจับมือมาเลเซียเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับธุรกิจไมซ์ขยายตัว
สคร.มาเลเซียแนะไทยจับมือมาเลเซียเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับธุรกิจไมซ์ขยายตัว
น.ส.พัดชา วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ธุรกิจศูนย์ประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) ในเอเชียเป็นธุรกิจบริการสำคัญที่มีโอกาสในการขยายตัวสูง ประเทศไทยควรเร่งพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง โดยร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับมาเลเซียที่มีจุดแข็งในการมีศักยภาพในการจัดงานกลุ่มเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) เสริมศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจร่วมกัน
ปัจจุบันธุรกิจไมซ์เป็นธุรกิจที่โดดเด่นของมาเลเซีย เนื่องจากมีความได้เปรียบเรื่องที่ตั้ง ทั้งพื้นที่เชิงกลยุทธ์และทางผ่านในการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชีย และในปีนี้มาเลเซียก็ได้รับเลือกให้เป็น เจ้าภาพจัดงานแข่งกีฬาซีเกมส์และอาเซียน พาราเกมส์จะจัดขึ้นที่บูกิจจาลิลสปอร์ตซิตี้ ซึ่งมาเลเซียมีความตื่นตัวมาก
นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีประสิทธิภาพจัดงานประชุมสัมมนาด้านการแพทย์ และเป็นที่จัดงานแสดงสินค้าสำคัญสหรัฐหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจสุขภาพและความงาม อัญมณี ฯลฯ โดยกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ที่เดินทางเข้ามาจัดงานส่วนใหญ่ คือ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ โดยจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่เข้ามามีตั้งแต่หลัก 1,000-5 หมื่นคน และในปี 2559 มาเลเซียสามารถดึงการจัดงานประชุมได้ 65 งาน งานแสดงสินค้า 28 งาน และงานประชุมองค์กร 283 งาน
น.ส.พัดชา กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของมาเลเซียอยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์ประชุมและนิทรรศการในร่มอเนกประสงค์ รองรับการขยายธุรกิจและโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ส่วนกลุ่มเกนติ้ง กรุ๊ป ก็อยู่ระหว่างขยายศูนย์ประชุมและนิทรรศการเกนติ้ง อารีน่า ออฟ สตาร์ บนรีสอร์ทเกนติ้งไฮแลนด์ เพื่อรองรับธุรกิจไมซ์ รวมทั้งการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ เช่น การจัดคอนเสิร์ต เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ความท้าทายในตลาดโลกที่เกิดขึ้น แต่ธุรกิจไมซ์ในระดับนานาชาติของมาเลเซีย ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาเลเซียมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางอากาศ ทางบก และทางราง
นอกจากนี้ กลุ่มมุสลิมยังให้ความนิยมเลือกใช้สถานที่มาเลเซียจัดงานแต่งงาน โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมจากอินเดีย อินโดนีเซีย และไทย







