posttoday
‘เงิน’ แค่รู้และเข้าใจ ‘ไม่พอ’

‘เงิน’ แค่รู้และเข้าใจ ‘ไม่พอ’

28 มิถุนายน 2560

จักรพงษ์ เมษพันธ์ุMONEY COACHครั้งหนึ่งขณะกำลังพักรับประทานอาหารว่างในคอร์สสัมมนาคนไทยฉลาดการเงิน คุณหมอท่านหนึ่งซึ่งสมัครเรียนกับผมขอตัวกลับบ้าน

จักรพงษ์ เมษพันธ์ุMONEY COACH

ครั้งหนึ่งขณะกำลังพักรับประทานอาหารว่างในคอร์สสัมมนาคนไทยฉลาดการเงิน คุณหมอท่านหนึ่งซึ่งสมัครเรียนกับผมขอตัวกลับบ้าน

ยอมรับว่าผมรู้สึกตกใจมาก เพราะหลักสูตรดังกล่าวต้องใช้เวลาเรียน 2 วัน แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปได้แค่เซ็กชั่นเดียว (1 ใน 4 ของวันแรก) คุณหมอก็ขอตัวกลับเสียแล้ว

"คอร์สของผมไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณหมอหรือเปล่าครับ" ผมถาม

"ไม่ครับ คอร์สสัมมนาของคุณดีมาก เพราะแค่ชั่วโมงครึ่งผมก็พบคำตอบของตัวเองแล้ว" คุณหมอท่านนั้นตอบ พร้อมกับทำสีหน้าเรียบๆ ดูจริงจัง

หลังจากนั่งทานอาหารว่างและพูดคุยกันในรายละเอียด ก็ได้ความว่า คุณหมอทำงานมาร่วมสิบปี มีรายได้จากทั้งโรงพยาบาลและคลินิกของตัวเอง รวมๆ กันแล้วเดือนๆ หนึ่งราว 2 แสนบาท ภรรยาของคุณหมอเองเป็นพยาบาล แต่หลังแต่งงานคุณหมอตัดสินใจให้ภรรยาหยุดทำงาน เพราะวางแผนจะมีลูก

แต่จนแล้วจนรอด คุณหมอก็ยังไม่กล้ามีลูก?

คุณหมอเล่าให้ผมฟังว่า แม้ตัวเองจะมีรายได้หลักแสน แต่ก็มีรายจ่ายหลักแสน และแทบไม่มีเงินเหลือ และเมื่อได้ลองทำงบรายรับ-รายจ่าย ซึ่งเป็นแบบฝึกหัดในเซ็กชั่นแรกของสัมมนา คุณหมอก็พบว่า รายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของตัวเองก็คือ ค่าผ่อนบ้าน ราคา 12 ล้านบาท ที่เพิ่งซื้อมาได้ปีเศษ

"เพื่อนในรุ่นเดียวกันกับผมมีบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท ด้วยกันทั้งนั้น และนั่นคือเหตุผลที่ผมซื้อบ้านหลังนี้" คุณหมอพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม

"คุณพูดถูก ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าจะซื้อบ้านหลังใหญ่ไปทำไม หากซื้อมาแล้วเราไม่ค่อยได้อยู่ จะมีสวนสวยๆ ไปทำไม หากแต่ละวันเราแทบไม่มีเวลาได้ชื่นชมมัน บ้านต้องเป็นบ้าน เป็นที่ที่เราใช้มันทุกตารางนิ้ว ไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน เพื่อตื่นไปทำงานหาเงินส่งเสียมันไปตลอดชีวิต"

"ผมโทรคุยกับแฟนแล้ว กลับไปผมจะขายมัน และซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาทเหมือนคุณ" คุณหมอสรุปทิ้งท้าย

จำได้ว่าจบการสนทนาวันนั้น ผมไม่ได้สรุปอะไร เพราะเชื่อในวิจารณญาณและการตัดสินใจของคุณหมอ ว่าสามารถตัดสินใจกับชีวิตของตนได้เอง เพียงแต่ขอให้คุณหมออยู่เรียนจนครบตามโปรแกรมที่วางไว้ ซึ่งคุณหมอเองก็ยินยอมโดยดี

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ได้ต้องการสรรเสริญเยินยอสัมมนาของตนเอง แต่ต้องการชี้ให้ทุกท่านเห็นถึง ความแตกต่างระหว่าง "ความรู้ทางการเงิน" (Money Literacy) กับ "สุขภาพทางการเงิน" (Money Fitness) ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ

เพราะหากเราถามคนส่วนใหญ่ว่า...

รู้หรือเปล่าว่า...คนเราไม่ควรใช้จ่ายเกินรายได้ ผมเชื่อว่าทุกคนรู้ แต่ข้อเท็จจริงมันก็ฟ้องว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ

รู้หรือเปล่าว่า...ดอกเบี้ยบัตรเครดิตแพงถึงร้อยละ 20 ผมก็เชื่อว่าทุกคนรู้ แต่ข้อเท็จจริงมันก็ฟ้องว่า คนไทยส่วนใหญ่ชำระหนี้บัตรเครดิตแค่ขั้นต่ำ

รู้หรือเปล่าว่า...คนเราควรออมเงินไว้ใช้จ่ายในวันข้างหน้า อันนี้ก็เชื่อว่ารู้ เพราะพ่อแม่ก็คอยสอน แต่ข้อเท็จจริงมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อยมีเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ และร่วม 80% ต้องยังชีพด้วยเงินจากลูกหลานและสวัสดิการจากรัฐ

จะเห็นว่าเรื่องเงินทองนั้น จริงๆ แล้วพวกเรารู้กันอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพียงแต่ว่ายังทำกันไม่ได้เท่านั้นเอง คล้ายๆ กันกับการที่คนเรารู้ว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็น แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยแบ่งเวลามาออกกำลังกายกันอยู่ดีนั่นแหละ

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนส่วนใหญ่มีความรู้ทางการเงิน แต่น้อยคนนักที่จะมีทักษะหรือสมรรถนะทางการเงินในระดับที่ทำให้ชีวิตอยู่สุขสบาย และพ้นทุกข์พ้นภัยทางการเงินได้

ด้วยเหตุนี้ ความรู้ทางการเงินที่ได้จากการอ่านหนังสือเข้าสัมมนา หรือด้วยวิธีใดก็ตาม จึงไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากผู้เรียนไม่สามารถนำไปประยุกต์ให้เกิดผลทางบวกกับตัวเองได้

สำหรับเรื่องการเงินแล้ว คุณอาจไม่ต้องเรียนเยอะ รู้แยะ หรือเข้าใจไปหมดทุกสิ่ง เพียงแค่รู้ในเรื่องที่จำเป็นและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขบนโลกนี้ได้อย่างสบายแล้ว

หลังจากการสนทนาในวันนั้นผ่านไปร่วม 5 เดือน คุณหมอติดต่อกลับมาหาผม และบอกว่าชีวิตของท่านมีความสุขมาก มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น มีเวลาอยู่กับภรรยามากขึ้น และไม่นานคงมีลูกดังที่ตั้งใจไว้ได้

ผมกล่าวแสดงความยินดีกับคุณหมอ ที่ความรู้ทางการเงินของคุณหมอได้เปลี่ยนเป็นทักษะทางการเงิน และส่งผลบวกกับชีวิตโดยสมบูรณ์แล้ว

"เงิน คือ ทักษะ ไม่ใช่แค่ความรู้" เรียนรู้การเงินในแบบที่ถูกต้อง และเริ่มต้นลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้

รับชมบันทึกการสัมมนา Money Litearcy การเงินพื้นฐานสำหรับคนไทย ได้ฟรี 8 ตอน 12 ชั่วโมงเต็ม ได้ที่ fb.me/moneyliteracythailand

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท