
MCOTเปิดแผนฟื้นกำไร
ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี บริษัท อสมท (MCOT) เพิ่งแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ "เขมทัตต์ พลเดช" ถือเป็นงานไม่ง่ายกับภารกิจบริหารธุรกิจสื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปและเผชิญแรงแข่งขันรุนแรง
ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
บริษัท อสมท (MCOT) เพิ่งแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ "เขมทัตต์ พลเดช" ถือเป็นงานไม่ง่ายกับภารกิจบริหารธุรกิจสื่อที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปและเผชิญแรงแข่งขันรุนแรง
เขมทัตต์ ให้สัมภาษณ์ "โพสต์ทูเดย์" ว่า ธุรกิจหลักของบริษัทจะมี 3-4 กลุ่ม ประกอบด้วยธุรกิจทีวี วิทยุ สำนักข่าว และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในการดำเนินธุรกิจหลักทีวีของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับสงครามในธุรกิจทีวีดิจิทัล ทั้งหลังเข้ามารับตำแหน่งจึงต้องการจะปรับปรุงแก้ธุรกิจทีวีเป็นอันดับแรก โดยปรับคาแรกเตอร์และสถานะของช่องทีวีของบริษัทที่มี 2 ช่องทีวีที่มีใบอนุญาต คือ MCOT HD กับ MCOT Family
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนบางเรื่องยังทับซ้อนกันอยู่ ทำให้เม็ดเงินโฆษณา หรือการดำเนินธุรกิจยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะช่องรายการสำหรับเด็กอย่าง MCOT family ที่ตลาดนี้ไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ผูู้ประกอบการบางรายต้องเลิกธุรกิจไปหลังได้ใบอนุญาตทำธุรกิจ 1 ปี
โจทย์แรกสำคัญที่ต้องแก้ปัญหา หรือจัดบ้านภายในของบริษัทช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คือต้องลดผลขาดทุนลงให้ได้มากที่สุดโดยใช้กลยุทธ์ ประการแรก ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นซึ่งในส่วนค่าใช้จ่ายพนักงานได้ดำเนินการไปแล้ว โดยค่าใช้จ่ายที่จะทำต่อการจ้างผลิตรายการจ้างภายนอกที่มีราคาสูงเกินไป โดยมีการกำหนดกรอบงบประมาณที่ชัดเจนและมีระบบประเมินวัดผลที่เข้มขึ้น
ประการที่สอง การปรับผังรายการใหม่จะเริ่มปรับผังรายการในเฟส 1 ในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อให้ผลิตรายการทีวีให้สอดคล้องกับความต้องการซื้อของลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อเวลาโฆษณา เช่น การปรับรายการเดิมที่ดีอยู่ให้มาอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมผู้ชมรายการ หรือรายการทีวีใดที่มีต้นทุนสูงเกินก็ควรปรับหารายการที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่มีเรตติ้งดีกว่าจากแผนการปรับผังรายการเฟส 2 จะเริ่มในปี 2561
ประการที่สาม แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันต้นต้นทุนพนักงานของบริษัทมีสัดส่วนสูงประมาณ 50% ของต้นทุนรวม ประการที่สี่ หาแหล่งรายได้ใหม่ซึ่งจะมีสองส่วน ส่วนแรก คือ การพัฒนาช่อง MCOT ส่วนที่สอง คือ การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มตามการพัฒนาของเทคโนโลยีสมัยใหม่
"ธุรกิจทีวีไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ดังนั้นการปรับรายการ หรือคอนเทนต์ในบางสถานีจะเร็วมากขึ้นจะปรับทุก 2-3 เดือน ดังนั้นบริษัทจะดูว่ารายการไหนที่นิ่งซึ่งไม่ควรนิ่งต่อไปตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นรายการทีวีของ MCOT ที่ออกอากาศจะมีสีสันมากขึ้นทั้งรายการข่าวจะมีรูปแบบใหม่ออกมา ส่วนบางรายการที่ย่อยเกินไปจะดึงออกเพื่อให้ผังรายการดูสะอาดมากขึ้น"
ขณะที่เดิมอัตราการใช้เวลาของช่อง MCOT HD อยู่ระดับที่ต่ำ 30-40% หลังจากในเดือน พ.ค. 2560 มีการปรับเพิ่มสีสันให้ช่องรายการให้อัตราการใช้เวลาขยับขึ้นได้ แต่ยังต้องรอให้สัญญารายการส่วนใหญ่จบในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อปรับผังในเดือน ก.ค.นี้ น่าจะช่วยให้อัตราการใช้เวลาดีของช่องปีนี้ดีขึ้นเป็น 50%
รายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจทีวี 40% ซึ่งยังไม่ได้นำคอนเทนต์ที่มีมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าซึ่งเพิ่มเป็นแหล่งรายได้กลุ่มธุรกิจใหม่มาจากดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอีกโจทย์สำคัญสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0
ดังนั้น องค์กรรัฐวิสาหกิจใหม่ควรต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เสริมเข้ามาในการทำธุรกิจที่จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่เข้ามาในอนาคต ซึ่งช่วงครึ่งหลังของปีนี้บริษัทจะสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แข็งแรงขึ้น เพื่อนำคอนเทนต์ที่ดีอยู่แล้วมาวางบนแพลตฟอร์มใหม่ ปัจจุบันได้เริ่ม เช่น รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ถือเป็นรายการข่าวบันเทิงรายแรกที่ทำเริ่มทำร่วมกับไลน์ทีวี นอกจากนี้ต้องนำผู้ใช้งานรับคอนเทนต์ของช่องทางดิจิทัลของบริษัททั้งหมดมารวมกันทั้งสำนักข่าวไทย ไนท์เอ็นเตอร์เทน และถึงสถานีวิทยุอีก 6 สถานี ที่มีผู้ติดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กอีกจำนวนมาก จากเดิมที่แยกกันทำทั้งเพื่อแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความแข็งแกร่งเพื่อนำเสนอกับว่าลูกค้าว่าบริษัทมีผู้ใช้งานจำนวนมาก
แผนกลยุทธ์ดังกล่าวในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ จะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทปี 2560 พลิกมามีกำไรยาก เพราะผลขาดทุนมาจากผลกระทบที่สะสมมาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่หลังผ่านไตรมาส 3 ปีนี้น่าจะเริ่มเห็นแนวโน้มผลลัพธ์ของแผนที่ทำ รวมถึงเพื่อสร้างฐานระบบไปสู่การทำธุรกิจในปีหน้า
ปลายปีนี้จะเริ่มเห็นกระบวนการทำแผนธุรกิจใหม่ที่ชัดเจน เริ่มเห็นผลบวกในเชิงผลประกอบเต็มปีในปี 2561 อีกทั้งเมื่อการปรับจัดทำแผนภายในเสร็จในปีหน้าบริษัทจะมีการกำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้ในปีอีก 2 ปีข้างหน้ารายได้ธุรกิจทีวีควรเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันที่ 40% เพื่อสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ วิทยุอีก 30% และธุรกิจใหม่อีก 20%
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกธุรกิจใหม่ที่อยู่ในช่วงการศึกษาปรับตัว รวมถึงหาที่ปรึกษาทำแผนพัฒนาที่ดินบนถนนรัชดาฯ 50 ไร่ จะใช้เวลา 3-4 เดือน ในการได้ข้อสรุปความชัดเจนซึ่งแผนเดิมจะลงทุนทำเป็นคอมเพล็กซ์ อาทิ อาคารสำนักงานให้เช่า สตูดิโอ สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาจะเป็นเรื่องด้านการให้องค์ความรู้ คือ MCOT Academy รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์
"การเติบโตของรายได้หากดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ คาดหวังว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้านับจากปี 2561 ในแต่ละปีควรเติบโตในระดับเกิน 10% ขึ้นไป หรือเติบโตกว่าต้นทุนที่เติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี แต่คงให้กำหนดเป็นมั่นเป็นเหมาะไม่ได้ เพราะตลาดทีวีแข่งขันสูงมากจากเดิมมีแค่ 4 ช่อง แต่เพิ่มมา 4-5 เท่าตัวภายใน 3 ปี แต่เม็ดเงินโฆษณายังเท่าเดิมและมีกฎหมายควบคุมเพิ่มทำให้ธุรกิจยากขึ้น"







