posttoday
หอคอยชมเมืองแลนด์มาร์คใหม่ กทม.

หอคอยชมเมืองแลนด์มาร์คใหม่ กทม.

29 มิถุนายน 2560

ดร.ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยปรากฏการณ์หอคอยชมเมือง "Bangkok Observation Tower" มูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท จะสร้างบนที่ดินราชพัสดุเนื้อที่ 4 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กลายเป็นที่ฮือฮาภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติเดินหน้าโครงการด้วยวิธีพิเศษไม่ต้องใช้วิธีการประมูล เพราะเป็นโครงการเพื่อสังคม เป็นการลงขันบริจาคของภาคเอกชนกว่า 50 ราย เพื่อไปตั้งเป็นมูลนิธิ โดยเงินที่จะใช้ในโครงการกว่าครึ่งใช้วิธีกู้สถาบันการเงิน เป็นโครงการร่วมทุนในกิจการของรัฐหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างให้ไฟเขียวว่าทำได้เพราะไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

ดร.ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

ปรากฏการณ์หอคอยชมเมือง "Bangkok Observation Tower" มูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท จะสร้างบนที่ดินราชพัสดุเนื้อที่ 4 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กลายเป็นที่ฮือฮาภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติเดินหน้าโครงการด้วยวิธีพิเศษไม่ต้องใช้วิธีการประมูล เพราะเป็นโครงการเพื่อสังคม เป็นการลงขันบริจาคของภาคเอกชนกว่า 50 ราย เพื่อไปตั้งเป็นมูลนิธิ โดยเงินที่จะใช้ในโครงการกว่าครึ่งใช้วิธีกู้สถาบันการเงิน เป็นโครงการร่วมทุนในกิจการของรัฐหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างให้ไฟเขียวว่าทำได้เพราะไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

โครงการหอคอยกรุงเทพฯ นัยว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงสุดของประเทศไทยด้วยความสูง 459 เมตร หรือสูงเกือบครึ่งกิโลเมตร เมื่อสร้างเสร็จเป็นหอคอยสูงอันดับ 10 ของโลก ปัจจุบันอาคารสูงที่สุดของไทยคือตึกมหานคร ที่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ สูง 314 เมตร สำหรับหอคอยใหม่ลักษณะเป็นโมเดิร์นทันสมัย ซึ่งจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ และดึงดูดการท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนการเริ่มโครงการระดับนี้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่ออกไปทางเห็นด้วย แต่ที่ติติงจะเป็นเรื่องความโปร่งใส ต้องการให้มีการประกวดราคาตามระบบระเบียบของราชการ แต่ทางรัฐบาลบอกว่าเป็นการลงทุนของเอกชนล้วนๆ ใช้ที่ราชพัสดุมีการจ่ายค่าเช่าตามเกณฑ์ไม่ได้สิทธิพิเศษอย่างใด

ผมเป็นผู้หนึ่งที่เห็นด้วยกับโครงการเพราะเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของโลก แต่ละปีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 32.5 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท แต่ถามว่าแลนด์มาร์คของไทยอยู่ตรงไหน ส่วนใหญ่จะตอบไม่ตรงกัน เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดต่างๆ บ้างก็บอกเป็นช้าง รถตุ๊กตุ๊ก รูปหัวโขน หัวยักษ์ หัวลิง หรือเป็นดอกกล้วยไม้ ฯลฯ แต่หากถามว่ามาเลเซียสัญลักษณ์ของเขาคืออะไร จะตอบตรงกันว่าเป็นอาคารแฝด เปโตรนาสทาวเวอร์อยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นภูเขาไฟฟูจิ ส่วนสิงคโปร์ประเทศเล็กๆ ยังรู้ว่าเป็นรูปหัวสิงโตพ่นน้ำ

ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ล้วนมีหอคอยเป็น "City Tower" ไว้อวดคนมาเยือนให้ขึ้นมาชมเมืองและใช้เป็น แม่เหล็กดึงดูดการท่องเที่ยว เช่น "โตเกียวสกายทรี" ที่นครโตเกียวเป็นหอคอยสูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 634 เมตร รองลงมาอยู่ที่นครกวางตุ้งสูง 595 เมตร มาเลเซียนอกจากมีเปโตรนาสแล้วยังมีหอคอยสูง 421 เมตร แต่คนไม่ค่อยนิยมเพราะสู้อาคารเปโตรนาสไม่ได้ สำหรับเกาหลีใต้เพิ่งเปิดเร็วๆ นี้ที่กรุงโซลมี "Seoul Sky" ติดกับห้าง ลอตเต้เวิลด์สูง 554 เมตร เป็นอันดับ 3 ของโลก ในประเทศไทยหอคอยชมเมืองในต่างจังหวัดมีหลายแห่ง แต่ที่รู้จักกันคือหอคอยบรรหาร-แจ่มใสที่สุพรรณบุรี อีกที่หนึ่งซึ่งสร้างมานานแล้วคือ "ภูเขาทอง" สูงเกือบ 80 เมตร หากบูรณะดีๆ เป็นแลนด์มาร์คด้านท่องเที่ยวในอาเซียนรับรองว่าไม่เป็นรองใคร

อันที่จริงการก่อสร้างแลนด์มาร์คสูงๆ พอเริ่มคิดมักมีคนคัดค้านไม่ใช่เฉพาะมีแต่ประเทศไทย เช่น หอ ไอเฟล หรือลา ตูด์ อีฟเฟล ที่ปารีส สูง 300 เมตร ตอนเริ่มสร้างนายกุสตาฟ ไอเฟล ถูกด่าบานตะไทว่าเป็นสิ่งก่อสร้างอัปลักษณ์ไปบดบังทัศนียภาพสวยงามของเมือง วันนี้หากไม่มีหอ ไอเฟลไม่รู้ว่านครปารีสจะอยู่ได้อย่างไร เพราะเป็นรายได้หลักการท่องเที่ยว

สำหรับประเทศอังกฤษที่นครลอนดอนตอนช่วงจะสร้าง "London Eye" เป็นกระเช้าลอยฟ้าขนาดมหึมาใกล้กับพระราชวังบักกิงแฮมและหอนาฬิกา "บิ๊กเบน" สื่อมวลชนต่างออกมาต่อต้านและชาวบ้านออกมาชูป้ายคัดค้านว่าเข้ากันไม่ได้กับเมือง วันนี้เป็นไง กลายเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอนทั้งถ่ายภาพยนตร์ เป็น โบรชัวร์โฆษณาท่องเที่ยว ใครไปอังกฤษอย่างน้อยต้องไปนั่งหรือถ่ายรูปเอามาอวด

กลับมาที่หอคอยชมเมืองกรุงเทพฯ อย่างที่บอกมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งผมได้ยกตัวอย่างว่าเป็นเหมือนกับทุกประเทศ ตอนสร้างไม่เอา แต่พอเสร็จแล้วกลายเป็นที่เชิดหน้าชูตา กรณีของไทยดูเหมือนว่าเอกชนที่ลงทุนไปสร้างห้างพลาซ่าใหญ่ติดกัน แถมลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท สร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าโครงการ ได้ประโยชน์ทั้งด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เขาจะลงทุนซึ่งต้องได้กำไร เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครเขาลงทุนให้ฟรีๆ เพียงแต่ว่ารัฐคงต้องเข้าไปดูรายละเอียดที่บอกว่าจะเป็นหอพิพิธภัณฑ์เชิดชูเฉลิมพระเกียรติ แต่ก็ควรจะมีพื้นที่ซึ่งจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเข้าไปชม เช่น แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร ในบางประเทศเป็นโรงแรมหรูด้วยซ้ำไป

สำหรับผู้ที่ยังเกรงว่าควรจะมีการประมูลให้ถูกต้อง แต่โครงการนี้หากเอกชนลงทุนร้อยเปอร์เซ็นต์จ่ายค่าที่ดินให้รัฐตามเกณฑ์ อีกทั้งประเมินว่าจะทำรายได้ต่อปีเป็นหลักพันล้านบาทส่วนใหญ่เป็นเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยังระบุว่าหากมีกำไรเงินที่ได้จะมาช่วยด้านการกุศล เรื่องพวกนี้ต้องเขียนเป็นข้อตกลงให้ดีจะได้ไม่มีปัญหากันในภายหน้า โครงการนี้ดูแล้วน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าเสีย รัฐไม่ได้ลงทุน เอกชนจะก่อสร้างอย่างไรเป็นเงินของเขาอย่าไปคิดมาก บ้านเมืองจะได้มีอะไรดีๆ บ้าง...งานนี้เชียร์ครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat) n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท