
สต๊อกข้าวปู เน่าถึงคสช.
สมผล ตระกูลรุ่ง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นบ้านเราเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่ไม่มีวันรักษาให้หายได้ นับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้นแม้จะมีรัฐบาล คสช.ที่ประกาศเอาจริงกับคอร์รัปชั่น ก็มีผลเพียงทำให้การคอร์รัปชั่นก็ชะงักไปชั่วคราวเท่านั้นแต่การคอร์รัปชั่นที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดในบ้านเมืองเรา คือการทุจริตเงินวัด และผู้ที่ทุจริตก็คือเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีหน้าที่ดูแลวัดนั่นเอง เป็นเรื่องที่ชาวพุทธไม่กล้าแม้แต่จะคิด
สมผล ตระกูลรุ่ง
ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นบ้านเราเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่ไม่มีวันรักษาให้หายได้ นับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้นแม้จะมีรัฐบาล คสช.ที่ประกาศเอาจริงกับคอร์รัปชั่น ก็มีผลเพียงทำให้การคอร์รัปชั่นก็ชะงักไปชั่วคราวเท่านั้นแต่การคอร์รัปชั่นที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดในบ้านเมืองเรา คือการทุจริตเงินวัด และผู้ที่ทุจริตก็คือเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีหน้าที่ดูแลวัดนั่นเอง เป็นเรื่องที่ชาวพุทธไม่กล้าแม้แต่จะคิด
อภิมหาโคตรทุจริตที่สร้างความ เสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาล คือโครงการรับจำนำข้าวในสมัยปูแดง ในยุคพี่คิด-น้องทำ เป็นความเสียหายจากการหาเสียงแบบไม่รับผิดชอบ ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศชาติ เป็นนโยบายเอาใจชาวนาให้เป็นฐานเสียง โดยใช้เงินงบประมาณแผ่นดินซื้อเสียง
โครงการรับจำนำข้าวน่าจะเป็นโครงการทุจริตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย มูลค่าความเสียหายที่เป็นตัวเลขไม่ต่ำกว่า 5-6 แสนล้านบาท แต่ผลการวิจัยของ TDRI ประเมินว่า การคํานวณเบื้องต้นพบว่าผลขาดทุน จะเพิ่มเป็น 6.6-9.6 แสนล้านบาท (ขึ้นกับระยะเวลาที่ไช้ในการระบายข้าวคงเหลือ) มูลค่าการทุจริต จะมีตัวเลข 1.09 แสนล้านบาท
ความเสียหายดังกล่าวยังไม่รวมถึงการทำลายกลไกตลาดทำลายตลาดการค้าเสรี พันธุ์ข้าวไทยดีๆ ที่เจ้าสัวเกษตรบางคนแอบลักลอบนำออกไปปลูก ที่กัมพูชา จนกัมพูชามีพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ได้อันดับหนึ่งชนะไทยสองปีติดกัน ชื่อเสียงและคุณภาพข้าวไทยเสียหายยับเยิน
โครงการรับจำนำข้าว ทำให้พรรคของนักโทษหนีคดีได้เสียงจากชาวนาที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ แต่ชาวนาหารู้ไม่ว่า ประโยชน์ที่ชาวนาได้รับนั้น สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติโดยรวมอย่างมากมาย แต่พวกที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ พรรคพวกของนักโทษหนีคดีที่มีการทุจริตกันทุก ขั้นตอน ซึ่งหลายหน่วยงานให้ข้อมูลว่า มีการทุจริตอย่างมโหฬารในโครงการ รับจำนำข้าว
วิธีการทุจริตที่มีการตักเตือนกันตลอดมา เช่น ชาวนาได้เงินจริง ตันละ 1.1-1.2 หมื่นบาท แต่เจ้าหน้าที่และโรงสี เบิกจากโครงการ 1.5 หมื่นบาท มีการบวกตัวเลขปริมาณข้าวเพิ่มขึ้นโดยไม่มีข้าวจริง นำข้าวจากกัมพูชามาสวมสิทธิ เอาข้าวคุณภาพต่ำมาแทนข้าวคุณภาพดีนำข้าวมาเวียนจำนำ ฯลฯ สารพัดจะหาวิธีโกง ยังไม่นับรวมเงินใต้โต๊ะที่เรียกจากโกดังที่ให้เช่าเก็บข้าว ที่เจ้าของโกดังที่ไม่ใช่พรรคพวกตัวเอง ยังต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่จนทุกวันนี้
ชาวนาแม้จะได้ราคาข้าวดี แต่ชาวนามีต้นทุน ต้องออกแรงเสียเหงื่อ แต่กับพวกหักหัวคิวกินเงินทอน ทุจริตคดโกง ไม่มีต้นทุนเลย มีแต่ความเลวเป็นตัวนำ
ผลจากโครงการรับจำนำข้าวที่รับซื้อข้าวทุกเม็ดโดยไม่สนใจคุณภาพข้าว ทำให้ชาวนาไม่ต้องเอาใจใส่เรื่องคุณภาพของข้าวเหมือนกับการขายข้าวให้เอกชน รายรับของชาวนาขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต ยิ่งปลูกมากก็ยิ่งมีรายรับมากขึ้น ชาวนาจึงเร่งใส่ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง นอกจากนั้น ชาวนาจำนวนหนึ่งยังหันมาปลูกข้าวอายุสั้น ที่มีเมล็ดสั้นและมีคุณภาพต่ำ เพื่อเพิ่มรอบการผลิตเป็นปีละ 3 ครั้ง เมื่อรวมกับการแอบนำข้าวจากกัมพูชามาเข้าโครงการด้วยแล้ว ทำให้มีข้าวค้างสต๊อกเป็นจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ
เมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ปี 2557 มีข้าวในสต๊อก 17.8 ล้านตัน เป็นข้าวที่รัฐบาลจ้างโรงสีให้สีเป็นข้าวสารแล้วเก็บในสต๊อก จนถึงวันนี้เป็นเวลาประมาณ 3 ปีแล้ว ก็ยังระบาย ข้าวไม่หมด
แรงกดดันจึงมาอยู่ที่ คสช. หลายคนไม่เข้าใจว่า ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ทำไม 3 ปียังระบายข้าวไม่หมด
จากข้อมูลการระบายข้าว ที่เริ่มเมื่อเดือน ส.ค. 2557 มีการระบายข้าวเรื่อยมาจนปัจจุบัน ครั้งล่าสุด 5 มิ.ย. 2560 ระบายข้าวไปแล้ว 15.97 ล้านตัน ได้เงิน 141,201.62 ล้านบาท ยังเหลือข้าวในสต๊อกอีก 9 แสนตันเศษ ซึ่งคาดว่าจะสามารถระบายได้หมดภายในปีนี้
นอกจากความเสียหายจากราคาข้าวที่ขายได้ต่ำแล้ว ยังมีค่าเช่าโกดังอีกวันละ 60 ล้านบาท สำหรับข้าว 17.8 ล้านตัน และจะลดลงไปเรื่อยๆ ตามจำนวนข้าวที่ระบายออกไป
ผมเองก็หงุดหงิดกับการระบายข้าวว่า ทำไมมันช้านัก ค่าเช่าโกดังก็ต้องจ่ายกันทุกวัน ข้อมูลที่ได้รับคือ สต๊อกข้าวมีจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ข้าว 17.8 ล้านตัน นึกไม่ออกว่ามันมากมายแค่ไหน เรามาลองมาคิดเปรียบเทียบกันดูว่า ถ้าเอาบรรจุกระสอบใส่รถบรรทุก 10 ล้อ จะต้องใช้รถบรรทุกกี่คัน
รถบรรทุก 10 ล้อ ตามกฎหมายน้ำหนักบรรทุกรวมรถต้องไม่เกิน 25 ตัน ตัวรถหนัก 12-15 ตัน คิดง่ายว่า น้ำหนักบรรทุกคันละ 15 ตัน ต้องใช้รถ 1,186,000 คัน รถบรรทุกยาวประมาณ 8 เมตร ถ้านำรถมาจอดเรียงต่อๆ กัน จะได้ความยาว 9,488,000 เมตร คิดเป็น 9,488 กิโลเมตร ในขณะที่ ประเทศไทยมีความยาวตั้งแต่เหนือ จรดใต้ประมาณ 1,600 กิโลเมตร
เท่ากับว่า ถ้านำรถบรรทุกข้าวทั้งหมดในสต๊อกมาเรียงกัน ยาวเท่ากับ 6 รอบความยาวประเทศไทย ถ้าคิดตามพื้นที่ น่าจะจอดเต็มประเทศไทย
ถ้านำข้าวใส่กระสอบ กระสอบละ 100 กิโลกรัม ข้าว 17.8 ล้านตัน ใส่กระสอบได้ 178 ล้านกระสอบ หากนำกระสอบข้าวมาวางให้เต็มท้องสนามหลวง ซึ่งมีพื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร กระสอบบรรจุข้าว 1 กระสอบ กินเนื้อที่ประมาณ 0.8 ตร.ม. คิดง่ายๆ กระสอบละ 1 ตร.ม. เอากระสอบข้าววางเต็มสนามหลวง 1 ชั้น ได้ 1.2 แสนกระสอบ ฉะนั้น ถ้านำข้าวทั้งหมดวางซ้อนกันเต็มท้องสนามหลวง จะต้องวาง 1,843 ชั้น ความหนาของกระสอบประมาณ 30-40 ซม. คิดง่ายๆ 0.4 เมตร คิดเป็นความสูงเท่ากับ 737 เมตร ตึกมหานครที่สูงที่สุดในขณะนี้สูง 314 เมตร เท่ากับยกตึกมหานครมาซ้อนต่อกัน 2 ตึก เต็มพื้นที่สนามหลวง
จากจำนวนข้าวมหาศาลอย่างนี้ จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมจึงไม่สามารถระบายได้ภายใน 3 ปี ผลงานระบายข้าวที่เหลืออยู่ไม่ถึงล้านตันและน่าจะระบายได้หมดภายในปีนี้ จึงต้องถือได้ว่า เป็นการระบายข้าวที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
ดังนั้น วาทกรรมที่อ้างว่าโครงการรับจํานําข้าวเป็นประโยชน์ต่อชาวนา จึงเป็นเพียงความพยายามกลบเกลื่อนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสังคมแบบขาดความรับผิดชอบ
คดีประวัติศาสตร์ การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กำลังจะเสร็จสิ้นในกระบวนการยุติธรรม ทำให้เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ในบ้านเมืองเรา ว่ากันว่าเป็นการดิ้นต่อรองครั้งสุดท้าย n







