
ชธ.ปรับใหม่ สูตรแอลเอ็นจี รับระยะยาว
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมปรับสูตรนำเข้าแอลเอ็นจีใหม่ สอดรับแผนระยะยาว ชง กพช.ปลายเดือนนี้
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมปรับสูตรนำเข้าแอลเอ็นจีใหม่ สอดรับแผนระยะยาว ชง กพช.ปลายเดือนนี้
นายปรศักดิ์ งามสมภาค ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิศวกรรมการผลิตบนบก กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างพิจารณาปรับสูตรการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) โดยใช้สูตรนำเข้าแอลเอ็นจีสัญญาระยะยาวที่จะตกลงซื้อขายมากกว่า 4 ปีขึ้นไป ในสัดส่วน 70% และส่วนที่ไม่ใช่สัญญาระยะยาว 30% จากเดิมเป็นสัญญาระยะยาว 50% นำเข้าแบบตลาดจร (สปอต) 30% และสัญญาระยะกลาง 3-5 ปี ที่ 20%
"การกำหนดสูตรนำเข้าแอลเอ็นจี ใหม่จะสะท้อนทิศทางตลาดโลกที่มี ผู้ค้าและผู้ผลิตแอลเอ็นจีจำนวนมาก ตลาดเป็นของผู้ซื้อ รองรับความต้องการใช้แอลเอ็นจีที่เพิ่มขึ้นของไทย และทำให้ราคาแอลเอ็นจีในปัจจุบันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค" นายปรศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2563 ประเทศไทยจะมีความต้องการ ใช้แอลเอ็นจี 10 ล้านตัน/ปี ซึ่ง หากใช้สูตรนำเข้าแอลเอ็นจีใหม่นี้ สัญญาระยะยาวจะอยู่ที่ 7 ล้านตัน/ปี และสัญญาสปอตจะอยู่ที่ 3 ล้านตัน/ปี โดยบริษัท ปตท. ได้ลงนามในสัญญาจัดหาแอลเอ็นจีไว้ แล้ว ประกอบด้วยนำเข้าจากการ์ตา 2 ล้านตัน/ปี บีพี 1 ล้านตัน/ปี เชลล์ 1 ล้านตัน/ปี และปิโตรนาส 1.2 ล้านตัน/ปี รวมเป็น 5.2 ล้านตัน/ปี สำหรับปีนี้คาดว่าจะนำเข้าแอลเอ็นจี 5 ล้านตัน
นายปรศักดิ์ กล่าวว่า การจัดหาแอลเอ็นจีตามสัญญาระยะยาวที่เหลือจะเป็นสัดส่วนของผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (ชิปเปอร์) ทั้งรายปัจจุบัน คือ ปตท. และรายใหม่ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนเป็นชิปเปอร์กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หากได้รับการอนุมัติ จะสามารถนำเสนอแผนนำเข้าแอลเอ็นจีตามสัญญาระยะยาวเพื่อแข่งขันได้
ทั้งนี้ สูตรนำเข้าแอลเอ็นจี จะต้องนำเสนอคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อพิจารณาอนุมัติเร็วๆ นี้ ขณะที่การประชุม กพช.ปลายเดือน ก.ค.นี้ คาดว่าจะมีการนำเสนอแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ แห่งที่ 3 ขนาดกำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ ระหว่างพิจารณาว่า จะใช้ก๊าซฯ จากส่วนใดระหว่างการใช้ก๊าซฯ จาก แหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) หรือนำเข้าแอลเอ็นจีในลักษณะคลังรับจ่ายแอลเอ็นจีลอยน้ำ (เอฟเอสอาร์ยู)







