
บจ.เครือสหพัฒน์ งัดทุกกลยุทธ์โตต่อเนื่อง
ถือเป็นประเพณีที่ทุกๆ ปีในงานสหพัฒน์แฟร์ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. นอกจากนำสินค้าในเครือมาเสนอขายในราคาพิเศษแล้ว
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
ถือเป็นประเพณีที่ทุกๆ ปีในงานสหพัฒน์แฟร์ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. นอกจากนำสินค้าในเครือมาเสนอขายในราคาพิเศษแล้ว ยังนำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในเครือทั้งหมด 15 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2560 กว่า 1.41 แสนล้านบาท โชว์วิสัยทัศน์กับผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์
SPC ตั้งเป้าใน 5 ปีนี้รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10%
เวทิต โชควัฒนา ในฐานะกรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล (SPC) ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการอุปโภคบริโภค กล่าวว่า สหพัฒน์ในปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% พร้อมยอมรับว่าภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตไม่มากนัก แต่บริษัทพยายามจะผลักดันสินค้าแบรนด์ขนาดเล็กให้มีการเติบโตประมาณ 50% ขณะที่สินค้าแบรนด์ใหญ่ เช่น มาม่า คาดว่ายอดขายปีนี้จะเติบโตกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทได้พยายามปรับปรุงรสชาติ และสินค้า ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคสม่ำเสมอ ในระยะยาวช่วง 5 ปีต่อจากนี้ (2560-2564) บริษัทคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 4% จากการปรับสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงพยายามจะหาธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมทัพธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
พจน์ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการไทยเพรซิเดนท์พูดส์ (TF) ที่มีสินค้าแบรนด์หลักคือ มาม่า กล่าวว่า ยังมีส่วนแบ่งตลาดในสัดส่วน 50% และมีเป้าหมาย 10 ปี ว่าจะมียอดขาย 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งผ่านมา 2 ปี มียอดขายให้กับกลุ่มแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท อนาคตจะขยายตลาดออกไปต่างประเทศมากขึ้นเพราะถือว่ายังมีศักยภาพในการเติบโต
ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล (ICC) ระบุว่า ปีนี้คาดว่ารายได้คงเติบโตไม่เกิน 5% จากปีก่อนที่มีรายได้ 13,456.95 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซากดดันกำลังซื้อ โดยบริษัทหันมาเน้นบริหารจัดการภายในเพิ่มประสิทธิภาพทุกกระบวนการทำงานเป็นหลัก และคงไม่ได้เน้นการเปิดตัวสินค้าใหม่มากนัก
ภาพรวมตลาดซบเซาประชาชนไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย เพราะเป็นช่วงการไว้ทุกข์ สินค้าแฟชั่นจึงโตได้ไม่มาก บริษัทปรับกลยุทธ์ขายออนไลน์ และเริ่มหาความรู้จากคู่ค้า ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีกระบวนการขยายช่องทางมากขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ปีนี้คาดว่าจะได้เห็นการขยายไปขายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยบริษัทต้องจัดหาพันธมิตร ซึ่งการเติบโต 5 ปีต่อจากนี้ คงไม่หวือหวา แต่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโอซีซี (OCC) กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,417.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 70.79 ล้านบาท แม้ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางแข่งขันสูง เพราะแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดเยอะ แต่ปีนี้บริษัทได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่คือแบรนด์ paul and joe เป็นแบรนด์วัยรุ่น รวมถึง Joico ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเส้นผม ของ SHISEDO professional ซึ่งจะมาช่วยพัฒนาการแข่งขันส่วนแบรนด์เดิมปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ 3-5% ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ผ่านช่องทางการขายมาจากห้างสรรพสินค้า 60-70% ร้านค้าปลีกค้าส่ง 30% ออนไลน์ 3-4% โดยล่าสุดบริษัทได้เริ่มทำธุรกิจร่วมกับ LAZADA ซึ่งคาดว่าการขายผ่านออนไลน์ปีนี้จะโต 15% ในระยะยาวยังคงเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี







