
เคลียร์ข้าวรัฐล็อตสุดท้าย
พาณิชย์เตรียมเปิดประมูลขายข้าวสต๊อกรัฐ 7.35 แสนตัน ล็อตสุดท้าย อคส.ยันข้าวเสื่อมไม่มีรั่วเข้าระบบปกติ
พาณิชย์เตรียมเปิดประมูลขายข้าวสต๊อกรัฐ 7.35 แสนตัน ล็อตสุดท้าย อคส.ยันข้าวเสื่อมไม่มีรั่วเข้าระบบปกติ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณรวม 7.35 แสนตัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 2/2560 ซึ่งเป็นข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเสื่อมสภาพ ล็อตสุดท้ายปริมาณรวม 5.68 แสนตัน โดยกำหนดเปิดให้ผู้สนใจดูสภาพข้าวในคลังสินค้าที่เปิดจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.ค.นี้ หลังจากจะเปิดให้ยื่นซองเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 12 ก.ค. และประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติพร้อมให้ยื่นซองเสนอราคาและเปิดซองเสนอราคาในวันที่ 17 ก.ค.
2.การเปิดประมูลข้าวสารเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 3/2560 ซึ่งเป็นข้าวในกลุ่มที่ 1 หรือข้าวบริโภคได้ ล็อตสุดท้ายปริมาณ 1.67 แสนตัน โดยจะเปิดให้ ผู้สนใจดูข้าวในคลังสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.ค. ก่อนเปิดให้ยื่นซองเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติพร้อมให้ยื่นซองเสนอราคาและเปิดซองเสนอราคาในวันที่ 18 ก.ค.
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าต่างประเทศมีกำหนดการเชิญผู้สนใจรับฟังรายละเอียดเงื่อนไข (ทีโออาร์) ของการเปิดประมูลข้าวทั้งสองกลุ่ม ในวันที่ 3 ก.ค.นี้
พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ดอคส.) กล่าวว่า ยืนยันไม่มีการนำข้าวสต๊อกรัฐในกลุ่มข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค และข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่ทั้งคนและสัตว์บริโภค คัดแยกไปปรับปรุงและนำมาบรรจุถุงขายเพราะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการขนย้ายข้าวจนไปถึงโรงงานที่นำข้าวไปใช้ในอุตสาหกรรมตามแผนที่แจ้งไว้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้เร่งรัดในการประมูลข้าวเสื่อมจนวันนี้หมดสต๊อก และจะวางมาตรการไม่ให้ข้าวอุตสาหกรรม 4.6 ล้านตัน กลับมาเข้าตลาด ทั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ช่วยกันทำตลาด ซึ่งจากนี้คาดว่าจะส่งผลให้ราคาข้าวที่เกษตรกรขายราคาสูงขึ้นและเกษตรกรจะได้มีเงินในมือเพิ่มมากขึ้น
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลนี้ที่ทำให้ราคาข้าวกลับมามีเสถียรภาพและมีโอกาสสร้างการแข่งขันอีกครั้ง เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนช่วงที่รัฐบาลเข้ามาบริหารไม่มีใครเชื่อจะสามารถระบายข้าวได้หมดทั้ง 18 ล้านตัน เพราะจะมีผลผลิตข้าวออกมาตลอดทั้งปี ในปริมาณ 25-28 ล้านตันข้าวเปลือกทุกปี ซึ่งผลจากข้าวหมดสต๊อกทำให้ราคาข้าวในประเทศมีการปรับฐานใหม่ และในสองวันที่ผ่านมาราคาข้าวขยับขึ้นถึง 2,000 บาท/ตัน
"รัฐบาลทำงานเร็วและตรงกับไทม์มิ่ง เปิดส่งออกข้าวแบบจีทูจีได้ถึง 3.5 ล้านตัน รวมถึงเปิดตลาดแอฟริกาได้ และการกล้าตัดสินใจประมูลทำให้วันนี้ข้าวปรับขึ้นทุกชนิด เช่น เดือน เม.ย.ข้าวขาว 5% อยู่ที่ 360 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ขณะนี้ปรับขึ้นอยู่ที่ 440 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่ข้าวเปลือก 5% ราคา 7,500 บาท/ตัน เพิ่มเป็น 9,500 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลิจาก 9,800 บาท/ตัน เป็น 1.2-1.25 หมื่นบาท/ตัน ถือว่าขึ้นเร็วมาก เพราะผู้ส่งออกแย่งซื้อส่งตามออร์เดอร์เก่า อย่างไรก็ตามในข้าวฤดูใหม่ก็ต้องรอตลาดว่าราคาจะเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่าน่าจะดี เพราะไม่มีสต๊อกรัฐบาลมาเป็นตัวกดดันราคา" นายเจริญ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้จะสามารถส่งออกได้เพิ่มเป็น 10 ล้านตัน จากเดิมต้นปีตั้งเป้าไว้ที่ 9.5 ล้านตันข้าวสาร โดยปัจจุบันส่งออกข้าวไปอิหร่านได้ 2 แสนตัน ส่วนประเทศอิรักขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูมาตรฐานโรงสีของไทย ซึ่งคาดว่าเป็นข่าวดี







