posttoday
'โตเกียวมารีน'เปิดศึก เงินออม-ค่ารักษาหลังเกษียณ

'โตเกียวมารีน'เปิดศึก เงินออม-ค่ารักษาหลังเกษียณ

28 มิถุนายน 2560

วารุณี อินวันนาตลาดประกันชีวิตไตรมาส 3 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่กำลังซื้อหดตัว ทำให้หลายบริษัทถือโอกาสออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มแรงเหวี่ยงในการเข้าถึงเป้าหมาย

วารุณี อินวันนา

ตลาดประกันชีวิตไตรมาส 3 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่กำลังซื้อหดตัว ทำให้หลายบริษัทถือโอกาสออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มแรงเหวี่ยงในการเข้าถึงเป้าหมาย

ล่าสุด บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เตรียมเปิดตัวกรมธรรม์สะสมทรัพย์ โตเกียว ซูเปอร์ ฮีโร่ 15/5 ชำระเบี้ย 5 ปี คุ้มครอง 15 ปี ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยในการคำนวณผลตอบแทนให้ลูกค้าอยู่ที่ 3.4% ซึ่งถือว่า สูงกว่าคู่แข่งขันในตลาดที่ใช้อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 2-2.5% จะทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นและจ่ายเบี้ยต่ำเมื่อเทียบกับตลาด

สมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทค้ำประกันผลตอบแทนให้ลูกค้าตลอดสัญญา หรือ IRR ที่ 3% ในรูปของเงินคืนปีละ 5% ของทุนประกันภัย เป็นการออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 3 ที่ตลาดค่อนข้างเงียบ และออกมาเพื่อชิงตลาดเงินออมชัดเจน โดยจะเปิดขายในวันที่ 11 ก.ค.นี้ เป็นเวลา 2 เดือน หรือวางยอดขายไว้ 250 ล้านบาท แล้วแต่เงื่อนไขใดจะถึงก่อน เพราะถ้าขายมากจะขาดทุน โดยจะจับกลุ่มลูกค้าเงินฝาก ตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไปจนถึง 10 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า ที่นิยมลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตร

ทั้งนี้ หากเทียบการฝากประจำที่ให้อัตราผลตอบแทน 1% โดยฝากเงินปีละ 9.8 หมื่นบาท เป็นเวลา 5 ปี แล้วออมยาวเป็นเวลา 15 ปี ณ ปีที่ 15 ลูกค้าจะได้เงินต้นและดอกเบี้ยรวม 4.72 แสนบาท เพราะต้องเสียภาษี 15% แต่ถ้าออมผ่าน โตเกียว ซูเปอร์ ฮีโร่ 15/5 ในปีที่ 15 จะได้เงินรวม 5.95 แสนบาท สูงกว่าการฝากเงิน 1.22 แสนบาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้สิทธิลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันตลอด 5 ปีตามฐานภาษีของแต่ละคน และได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจนถึงสูงสุดอยู่ที่ 500%

ในกรณีเทียบกับการออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ ก็ยังได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเช่นเดียวกัน และมูลค่าเงินสดตามกรมธรรม์จะเพิ่มขึ้น ถ้ามีการเวนคืนกรมธรรม์ หรือไถ่ถอนก่อนครบสัญญาในปีที่ 9 หรือ 10 จะได้เงินต้นครบ 100% เมื่อรวมกับเงินคืนที่จ่ายให้ปีละ 5% ของทุนประกันภัย ถือว่าได้กำไรไม่ขาดทุน ในขณะที่การลงทุนในหุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาล หากจะขายคืนก่อนครบกำหนด จะได้เงินต้นไม่เต็มจำนวนเพราะมีส่วนลด

"จากการที่ไม่ตรวจสุขภาพ จึงมีเงื่อนไขว่า หากผู้ซื้อเสียชีวิตภายใน 2 ปีแรก ทางบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาทั้งหมด 100% จะไม่จ่ายตามทุนประกันภัย แต่ถ้าเสียชีวิต หลังปีที่ 2 จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์และได้รับการยกเว้นการจ่ายเบี้ยประกันหากพิการถาวร แต่ความคุ้มครองและผลประโยชน์ยังได้รับตามเงื่อนไขกรมธรรม์" สมโพชน์ กล่าว

สมโพชน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีโครงการเมดิคอลฟันด์ ที่ขายแนวคิดสร้างเงินออมเพื่อประกันสุขภาพหลังเกษียณอายุ เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปี และ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะถูกปรับขึ้นทุกๆ 5 ปี ตามช่วงอายุ ซึ่งจากการเก็บสถิติการรักษาพยาบาลของคนกลุ่มอายุ 60-80 ปี ที่มีโรคประจำตัว 1 โรค โดยเฉลี่ยจะต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลประมาณ 1 ล้านบาท โครงการเมดิคอลฟันด์จะช่วยให้ลูกค้าสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาพยาบาลหลังอายุ 60 ปี เพราะจะมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ จากการที่บริษัทได้นำเอาประกันสุขภาพผูกกับประกันชีวิตคุ้มครองตลอดชีพถึงอายุ 89 ปี ที่จะมีเงินคืนตั้งแต่อายุ 60-89 ปี ปีละ 18% ของการประกันภัยเริ่มต้น และเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ปีละ 0.5% เพื่อให้ชนะอัตราเงินเฟ้อ

ยกตัวอย่าง ถ้าลูกค้าที่ซื้อประกันในโครงการเมดิคอลฟันด์ มีเงินคืนปีละ 1 แสนบาทหลังอายุ 60 ปี และเบี้ยประกันสุขภาพต้องจ่ายปีละ 6 หมื่นบาท ก็จะหัก 6 หมื่นบาทไว้ แล้วคืนเงินสดให้ลูกค้า 4 หมื่นบาท ซึ่งบริษัทเป็นรายแรกที่เสนอแนวคิดนี้และมีแบบประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านประกันสุขภาพหลังเกษียณได้ ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มแรกที่ซื้อประกันตามโครงการนี้คือกลุ่มแพทย์

"ตอนนี้โรงพยาบาลเอกชนเริ่มปรับค่าห้องขั้นต่ำขึ้นหมดแล้ว ค่าห้องคืนละ 5,000 บาท เบี้ยเริ่มต้น 9,200 บาท ไม่พอ เพราะค่าสินไหมทดแทนสูงมาก ไม่พอกับเบี้ย ทำให้บริษัทต้องปรับการขายประกันสุขภาพใหม่ จากเดิมเคยขายค่าห้องเริ่มต้นที่คืนละ 5,000 บาท ก็ขยับขั้นต่ำขึ้นมาเป็นค่าห้องคืนละ 7,000 บาท เบี้ยเริ่มต้นปีละ 1.05 หมื่นบาท" สมโพชน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ปรับราคาเบี้ยประกันสุขภาพของกลุ่มเด็กอายุ 0-5 ปี โดยจะเพิ่มอีกปีละ 15% เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เจ็บป่วยบ่อยและส่วนใหญ่จะนอนรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่นๆ โดยเฉลี่ยเกิน 100% ทำให้หลายบริษัทไม่ขายประกันสุขภาพลูกค้ากลุ่มนี้เพราะขาดทุนแน่นอน แต่เพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม บริษัทจึงยังทำตลาดต่อไป แต่ปรับราคาเบี้ยประกันภัยขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับความเสี่ยง และยังได้ขอความร่วมมือจากตัวแทน ให้ คัดกรองลูกค้าที่ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงไม่ควรเกิน 60% ต่อปี

สมโพชน์ กล่าวว่า เบี้ย 4 เดือนแรกของปีนี้ตามตัวเลขสมาคมประกันชีวิตไทย บริษัทมีเบี้ยรับรวม 1,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% แยกเป็นปีแรก 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เบี้ยต่ออายุ 1,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% คิด เป็นอัตราการต่ออายุ 88% โดย ยังคงเป้าหมายเบี้ยรับรวมเติบโต 15% จากปี 2559 ที่มีเบี้ยรับรวม 5,442 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท