
หนี้โลกพุ่งทุบสถิติใหม่
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลกปรับขึ้นเป็น 217 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7,500 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 327% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากการกู้ยืมในตลาดเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 105 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้หนี้ของตลาดเกิดใหม่ปรับขึ้น 5% จากไตรมาสแรก 2016 เป็น 218% ของจีดีพีตลาดเกิดใหม่
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า ปริมาณหนี้ทั่วโลกปรับขึ้นเป็น 217 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7,500 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 327% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากการกู้ยืมในตลาดเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 105 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้หนี้ของตลาดเกิดใหม่ปรับขึ้น 5% จากไตรมาสแรก 2016 เป็น 218% ของจีดีพีตลาดเกิดใหม่
ปริมาณหนี้โลกพุ่งทุบสถิติ นำโดยจีน ประจวบเหมาะธนาคารกลางเลิกกระตุ้น
ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำการก่อหนี้ในตลาดเกิดใหม่ โดยเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 70 ล้านล้านบาท) เป็น 33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,155 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 304% ของจีดีพีจีน โดยเป็นผลจากหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น
"ปริมาณหนี้ที่ปรับขึ้นจะกดดันการขยายตัวในระยะยาวและสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน" ไอไอเอฟ ระบุ
ด้านรอยเตอร์ส รายงานว่า การก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสาเหตุหลักให้บรรดาธนาคารกลาง อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เริ่มเลิกการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมาอย่างยาวนาน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับขึ้นและทำให้ต้นทุนการกู้ยืมโลกเพิ่ม
ไอไอเอฟ เตือนว่า ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่จะถึงกำหนดชำระหนี้ภายในสิ้นปี 2017 มากถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 66 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการชำระเงินในสกุลเหรียญสหรัฐถึง 15% ของทั้งหมด
ด้าน แคสร์เต็น เบอเซสกี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของไอเอ็นจี สถาบันการเงินเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า วิกฤตหนี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขในปัจจุบัน เห็นได้จากปริมาณหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในสหรัฐ ยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ







