
คลื่นลูกใหม่ล้มทฤษฎี ชูธุรกิจครอบครัวโตยั่งยืน
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย จากทฤษฎีที่ว่า ธุรกิจครอบครัวเมื่อรุ่นที่หนึ่งส่งต่อให้รุ่นที่ 2 โอกาสรอด 30% และเมื่อถึงรุ่น 5 โอกาสรอดจะเหลือแค่ 1% ผลดังกล่าวทางฟอร์บส์ ไทยแลนด์ จึงจัดเสวนานำเจเนอเรชั่นใหม่ของธุรกิจชั้นแนวหน้าของไทยมาพูดภายใต้หัวข้อ "The Next Gen Onward" คลื่นลูกใหม่ที่นำพาธุรกิจครอบครัวสู่การเติบโตไปข้างหน้าได้ต่อเนื่อง
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
จากทฤษฎีที่ว่า ธุรกิจครอบครัวเมื่อรุ่นที่หนึ่งส่งต่อให้รุ่นที่ 2 โอกาสรอด 30% และเมื่อถึงรุ่น 5 โอกาสรอดจะเหลือแค่ 1% ผลดังกล่าวทางฟอร์บส์ ไทยแลนด์ จึงจัดเสวนานำเจเนอเรชั่นใหม่ของธุรกิจชั้นแนวหน้าของไทยมาพูดภายใต้หัวข้อ "The Next Gen Onward" คลื่นลูกใหม่ที่นำพาธุรกิจครอบครัวสู่การเติบโตไปข้างหน้าได้ต่อเนื่อง
พิธาน องค์โฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า เข้ามาบริหารธุรกิจรุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นพ่อ (บัญชา องค์โฆษิต) เมื่อปี 2552 ปรับโครงสร้างการจัดการ โดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ ก้าวต่อไปให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาสินค้า เพราะธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนเร็ว การทำธุรกิจที่จะสร้างความยั่งยืนต้องมีความหลากหลาย
"ในยุคของผมเผชิญกับการปัญหาไฟไหม้ น้ำท่วม ปี 2554 ตัดสินใจย้ายโรงงานจากอยุธยาไปลงทุนที่ลาดกระบัง โดยเจรจากับธนาคารขอสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรส่งผลให้บริษัทมีกำลังผลิตเพิ่ม 30-40% อนาคตมองว่า ฐานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องย้ายไปที่เวียดนาม พม่า แต่บริษัทจะไม่โยกฐานผลิตจนกว่าระบบหลังบ้านมีความพร้อม" พิธาน กล่าว
ธิดา แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 กล่าวว่า เป็นคนเจเนอเรชั่นวายที่เข้ามา บริหารธุรกิจสินเชื่อแบบมีหลักประกัน สิ่งที่พ่อสอน คือ ทำในสิ่งที่รู้ดี ก้าวสำคัญใช้เงิน 2,000 ล้านบาท ซื้อกิจการบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มีความโปร่งใส คีย์ซัคเซสของธุรกิจยังคงเน้นตอบสนองลูกค้าที่ต้องการเงินอย่างเร่งด่วน
"ศรีสวัสดิ์ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา กุญแจสำคัญคือ คลังข้อมูลจากการมี 2,000 สาขาทั่วประเทศ บริษัทได้ลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ตรงกับการใช้งาน การทำงานเป็นทีมเวิร์ก ทุกคนมีความรู้เรื่องปล่อยสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ความท้าทายการเตรียมความพร้อมทางด้านฟินเทค และการเติบโตที่ยั่งยืนต้องใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีมากขึ้น" ธิดา กล่าว
ในส่วนเจเนอเรชั่น 3 ผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1 ของโลก วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี กล่าวว่า กระบวนการผลิตในขณะนี้บริษัทเตรียมนำระบบออโตเมชั่นมาใช้ภายในโรงงาน 35 แห่ง เพราะปัจจุบันเผชิญกับปัญหาด้านแรงงาน 1.3 หมื่นคน ที่เริ่มเข้าสู่กลุ่มผู้มีอายุ สำหรับยุคใหม่เน้นการวิจัยและพัฒนายางธรรมชาติ พร้อมปรับให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ความท้าทายการสานต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น คงหนีไม่พ้นการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนนั่นเอง







