
รัฐเพิ่ม100ล้านเบอร์โทร.
กระทรวงดีอีสั่งการ กสทช. ทีโอที หารือเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์บ้าน 100 ล้านเลขหมาย ภายในปี 2564 รับเศรษฐกิจดิจิทัล
กระทรวงดีอีสั่งการ กสทช. ทีโอที หารือเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์บ้าน 100 ล้านเลขหมาย ภายในปี 2564 รับเศรษฐกิจดิจิทัล
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมกับผู้บริหารกระทรวงและ กสทช. ถึงประเด็นการเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ (ฟิกซ์ไลน์) เพื่อให้มีหมายเลขจำนวนเพิ่มขึ้น และป้องกันปัญหาหมายเลขโทรศัพท์ขาดแคลนในอนาคต รองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ทั้งนี้ การเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ จาก 9 เลขหมายเป็น 10 เลขหมาย จะเพิ่มด้วยการใส่ 01 เช่น ใน กทม. ขึ้นต้นด้วย 02 จะใส่เพิ่มเป็น 012 เป็นต้น ส่งผลทำให้จะมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเป็น 760 ล้านเลขหมาย และโทรศัพท์ประจำที่เพิ่มเป็น 100 ล้านเลขหมาย ทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 จากปัจจุบันมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 260 ล้านเลขหมาย และโทรศัพท์ประจำที่จำนวน 50 ล้านเลขหมาย
สำหรับการดำเนินการดังกล่าว กสทช. และบริษัท ทีโอที จะหารือร่วมกันในการเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ให้ลงตัว เพราะหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ทีโอที คาดว่าจะดำเนินการปรับระบบและปรับปรุงโครงการข่ายให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 หลังจากนั้นจะแจ้งให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) รับทราบ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี โดยโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2564
ก่อนหน้านี้ ทีโอทีได้เคยยื่นแผนรวมถึงงบประมาณในการบริหารจัดการกับ กสทช. วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสององค์กรจะต้องหารือและพูดคุยกันต่อไป
นอกจากนี้ จะมีการผลักดันในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ที่จะต้องมีการแยกรายละเอียดของกฎหมายไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ทางเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยจะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการชั่วคราว ทำหน้าที่ผลักดันเรื่องนี้ โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คาดว่าจะแต่งตั้งในเดือน ก.ค.นี้
ขณะที่ภายหลังที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มิ.ย. 2560 ซึ่งจะต้องจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันในการปรับปรุง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญภายใน 180 วัน หรือในวันที่ 2 ต.ค. 2560 โดยเฉพาะในมาตรา 60 และมาตรา 274 n







