
ลดอำนาจบิ๊กพศ.เอี่ยวเงินวัด
ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สั่งลดอำนาจ บิ๊ก พศ.เอี่ยวทุจริตเงินอุดหนุนวัด รอตำรวจ-ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด
ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สั่งลดอำนาจ บิ๊ก พศ.เอี่ยวทุจริตเงินอุดหนุนวัด รอตำรวจ-ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด
พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งจำกัดอำนาจของผู้บริหารระดับสูงใน พศ.ที่เกี่ยวข้องคดีทุจริตเงินอุดหนุนวัด โดยไม่ให้รับผิดชอบดูแลเรื่องงบประมาณ การบริหารงานบุคคล จนกว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลความผิดมา
พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า เหตุที่ยังไม่มีการดำเนินการทางวินัย หรือสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายยังไม่ถือว่ามีความผิด การดำเนินของ พศ.ก็เพียงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงยังไม่มีการดำเนินการทางวินัย
ผู้อำนวยการ พศ. กล่าวอีกว่า กรณี บก.ปปป.ตรวจสอบพบข้าราชการ พศ.กลุ่มใหม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนวัดได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยให้สืบสวนความผิดย้อนหลัง การดำเนินการใดๆ ต้องรอการสืบสวนของ บก.ปปป. และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ พศ.ก่อน
"พศ.ก็ทำงานควบคู่ไปกับ บก.ปปป.ในการตั้งคณะกรรมการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หากตำรวจชี้มูลความผิดและมีผลทางดคีที่ชัดเจนว่า ข้าราชการ พศ.มีความผิด ต้องดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของข้าราชการพลเรือน แต่ตอนนี้ข้าราชการคนดังกล่าวยังคงปฏิบัติงานใน พศ. แต่ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดี" ผู้อำนวยการ พศ. กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบวัดที่เข้าข่ายทุจริตเงินอุดหนุนในรอบที่ 2 เพิ่มอีกกว่า 30 วัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามี 2 วัดดังเข้าข่ายทุจริตด้วย ขณะนี้กำลังเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องกับวัดดังกล่าว
พล.ต.ต.กมล กล่าวอีกว่า การสืบสวนและดำเนินคดีทุจริตเงินอุดหนุนวัดในรอบแรก พบวัดที่กระทำความผิดจำนวน 12 วัด มีผู้กระทำผิด 10 ราย เป็นฆราวาส 9 ราย และพระภิกษุอีก 1 รูป เจ้าหน้าที่ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาไต่สวนเรียบร้อยแล้ว







