posttoday
โอกาสลงทุนเพื่อสังคม

โอกาสลงทุนเพื่อสังคม

27 มิถุนายน 2560

เอวีพีเอ็นงานวิจัยฉบับใหม่ของเอวีพีเอ็นชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพื่อการลงทุนทางสังคมในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยที่เห็นความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงมีช่องว่างด้านการศึกษา สุขภาพ และความเสมอภาค

เอวีพีเอ็น

งานวิจัยฉบับใหม่ของเอวีพีเอ็นชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพื่อการลงทุนทางสังคมในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยที่เห็นความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงมีช่องว่างด้านการศึกษา สุขภาพ และความเสมอภาค

ทั้งนี้ จากงานประชุมเอวีพีเอ็นที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพล่าสุด เอวีพีเอ็นได้เปิดตัวงานวิจัยล่าสุดเรื่อง "ภาพรวมการลงทุนทางสังคมในเอเชีย" เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักลงทุนทางสังคม ไม่ว่าจะเป็น นักการกุศล นักลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบ หรือบริษัทที่ต้องการทำซีเอสอาร์ ให้สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยศึกษาที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการทำการกุศลและการลงทุนเพื่อสังคมในระบบนิเวศทางสังคมทั่วทั้ง 14 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย

งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างของการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDGs และแนวทางสำหรับรัฐบาลในการดำเนินการของแต่ละประเทศ

"วัฒนธรรมในการช่วยเหลือและบริจาคอยู่คู่กับสังคมเอเชียมาอย่างยาวนาน แต่โอกาสให้การบริจาคอันที่จะสร้างประโยชน์นั้นมีมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์และความร่วมมือที่มีมากขึ้น" นัยนา ซูบเบอร์วัล บัตตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอวีพีเอ็น กล่าว

ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานในประเทศไทยเผยตัวชี้วัดด้านสวัสดิการสังคมที่น่าสนใจ โดยในปี 2558 เด็กไทยทุกคนได้เข้าศึกษาในระดับ ประถม รวมถึงคนไทยทุกคนได้รับประกันสุขภาพที่ได้มาจากโครงการ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐบาลไทย เมื่อพิจารณาภาพรวมของ งานวิจัย จะเห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศในภูมิภาคที่มี การจัดการกับความยากจนได้เป็นอย่างดีรองจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย

สำหรับอีกประเด็นหนึ่งที่ประเทศไทยมีการจัดการที่ดีอันดับ ต้นๆ คือ เป้าหมายที่ 14 คือเรื่องการดูแลทรัพยากรทางน้ำ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ทำการศึกษาซึ่งดูเหมือนจะมีความคืบหน้าทาง ด้านนี้

รายงานนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆ เช่น การแบ่งแยกระหว่างเมืองและชนบท คุณภาพที่แตกต่างกันในระบบการศึกษาของรัฐบาล ความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ

กิจกรรมทางเศรษฐกิจเชิงสังคมยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และยังมีเพียงราว 400 กิจการและจากการสำรวจระหว่างมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยครอบครัวและบริษัทพบว่ามีความไม่ไว้วางใจระหว่างเอ็นจีโอ (NGO) และนักกิจการทางสังคม ซึ่งทำให้การระดมทุนส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สำหรับครอบครัวเจ้าของมูลนิธิมากกว่าเพื่อการกุศล

อย่างไรก็ตาม ความสนใจของรัฐบาลที่สำคัญและการสนับสนุนเศรษฐกิจสังคมเตรียมแนวทางเพื่อรวบรวมผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ เช่น บริษัท นักลงทุนทางสังคม และกิจการทางสังคมเพื่อส่งเสริมความ ร่วมมือและการลงทุน

"มีการพูดถึงผู้ประกอบการทางสังคมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ในฐานะเอ็นจีโอที่เคยได้รับทุนอุดหนุนแบบดั้งเดิม เราจึงได้เรียนรู้ มากมายจากการลงทุนทางสังคม สิ่งนี้ช่วยเราในเรื่องการวัดผลกระทบ เข้าใจผลตอบแทนทางสังคมในการลงทุน และอื่นๆ อีกมากมาย" นิชา ออนตา องค์กรสตรีเพื่อการจัดการเปลี่ยนแปลงทางเกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติ (WOCAN) กล่าว

ผลที่ได้จากงานวิจัยสรุปได้ว่า การทำให้เกิดผลกระทบในระดับสูงต่อเศรษฐกิจเชิงสังคมนั้นจำเป็นต้องมีองค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) นักลงทุนทางสังคมที่มีส่วนร่วมมากกว่าการเขียนเช็ค 2) การยอมรับของรัฐบาลและการสนับสนุนผ่านนโยบายเป็นไปได้ 3) เพิ่มความรับผิดชอบในการลงทุนและกลยุทธ์ในการกุศล 4) กระบวนการที่นำไปสู่การทำซีเอสอาร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น 5) ตัวกลางของระบบนิเวศทางสังคม เช่น คนกลาง ผู้ริเริ่มโครงการ และเครือข่ายที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท