
ธกส.ปรับแผนให้กู้เอสเอ็มอีปีนี้แตะแสนล.
พสต์ทูเดย์ - ธ.ก.ส.ปรับกระบวนการให้กู้ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี คลุมห่วงโซ่อุปทาน หนุนยอดสินเชื่อแตะแสนล้านปีนี้
พสต์ทูเดย์ - ธ.ก.ส.ปรับกระบวนการให้กู้ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี คลุมห่วงโซ่อุปทาน หนุนยอดสินเชื่อแตะแสนล้านปีนี้
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการปล่อยสินเชื่อโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท ใน 7,200 ตำบล มีความคืบหน้า สามารถปล่อยกู้ได้แล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะสามารถปล่อยกู้ได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7.2 หมื่นล้านบาท หรืออาจจะปล่อยกู้ได้มากถึง 1 แสนล้านบาท เพราะมีการขับเคลื่อนสินเชื่อเอสเอ็มอีผ่าน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสหกรณ์ นิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ มีโครงการที่ประสบความสำเร็จแล้ว เช่น ที่ จ.นครสวรรค์ โมเดล
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้ปรับปรุงกระบวน การปล่อยสินเชื่อให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ได้ให้สินเชื่อเฉพาะ เอสเอ็มอีเกษตรกรที่เป็นหัวขบวนที่เป็นแปรรูปสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ได้เข้าไปช่วยดูถึงกระบวนการผลิต และช่วยปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกตั้งแต่ต้นน้ำและกลางน้ำด้วย เนื่องจากทุกห่วงโซ่การผลิตมีความสำคัญ หากเริ่มต้นจากการปลูกพืชที่มีคุณภาพเอามาแปรรูปก็จะได้สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากนี้ ยังมีบางรายที่เมื่อนำสินค้าออกจำหน่ายตามช่องทางที่ธนาคารได้หาพันธมิตรไว้ให้ ปรากฏว่าสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด ต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้นอีก เช่น การสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกข้าวในเขตนาปรังให้หันมาปลูกกล้วยน้ำว้า
"ในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา ยังเป็นช่วงที่ธนาคารกำลังวางหลักเกณฑ์และเฟ้นหาเอสเอ็มอีหัวขบวน ซึ่งได้มากกว่า 2,000 ราย ที่ผลิตสินค้าพรีเมียมได้ มาปีนี้ได้มีการปรับกลยุทธ์เป็นการปล่อยกู้ช่วยเกษตรกรที่อยู่ต้นน้ำ กลางน้ำให้ช่วยกันผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ และหาเอสเอ็มอีหัวขบวนรายใหม่ๆ ด้วย คาดว่าจะปล่อยกู้ได้ตามเป้า 7.2 หมื่นล้านบาท หรืออาจจะทำได้มากถึง 8 หมื่นถึงแสนล้านบาทเลยก็เป็นได้" นายอภิรมย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในแผนยุทธศาสตร์ของ ธ.ก.ส.ได้มีการปรับพอร์ตสินเชื่อใหม่ โดยจะเน้นเรื่องการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีภาคเกษตรมากขึ้นอีกปีละ 1 แสนล้านบาท เป็นแผน 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีบัญชี 2560 รวม 3 ปี เป็นเงิน 3 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยอดปล่อยสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ระดับกว่า 1 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อรายย่อย คิดสัดส่วนเป็น 99.34% ที่เหลือ 0.66% เป็นสินเชื่อรายใหญ่และเอสเอ็มอีมียอดปล่อยสินเชื่อรวมกว่า 2 แสนล้านบาท







