
ยกฟ้องมือปืนป๊อปคอร์น
พสต์ทูเดย์ - ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นยกฟ้องมือปืนป๊อปคอร์น ชี้โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นประจักษ์พยาน
พสต์ทูเดย์ - ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นยกฟ้องมือปืนป๊อปคอร์น ชี้โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นประจักษ์พยาน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนายวิวัฒน์ หรือท๊อป ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ในระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่บริเวณแยกหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2557
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จะมีเทปภาพเคลื่อนไหวและภาพถ่ายจากหนังสือพิมพ์ของจำเลย แต่โจทก์คืออัยการ ก็ไม่ได้นำสืบถึงความเกี่ยวข้องหรือนำตัวผู้ถ่ายหรือประจักษ์พยานเบิกความประกอบให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องภาพมาเปรียบเทียบกับจำเลย หลักฐานดังกล่าวจึงไม่อาจยืนยันได้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดและตัวจำเลยนั้นเป็นคนคนเดียวกัน จึงมีเพียงคำให้การของจำเลยที่ให้การรับสารภาพ ที่ยังมีพิรุธเคลือบแคลงสงสัย
ขณะเดียวกันพยานหลักฐานโจทก์ ยังมีความสงสัยตามสมควร จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้คุมขังไว้ระหว่างฎีกา
สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2559 ว่า จากพยาน หลักฐานของอัยการที่เบิกความสอดคล้องกัน และชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพกับเป็นผู้นำชี้จุดเกิดเหตุ จึงรับฟังได้ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับคนร้ายที่สวมชุดดำ ที่มือสวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง จึงให้ จำคุกตลอดชีวิต แต่คำรับสารภาพมีเหตุให้บรรเทาโทษ คงจำคุกฐานฆ่าผู้อื่น 33 ปี 4 เดือน และความผิดฐานพกพาอาวุธ จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 37 ปี 4 เดือน
ขณะที่ น.ส.เอื้องฟ้า แซ่ลิ้ว บุตรสาวนายอะแกว ผู้เสียชีวิต ซึ่งขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจ ไม่คิดว่าศาลจะยกฟ้อง แต่จะขอให้ทนายสู้คดีถึงที่สุด และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม







